ไทยช่วยไทย พลัส ครึ่งชั่วโมงแรกยอดใช้จ่ายสูงกว่า 11 ล้านบาท ระบบเป๋าตังใช้งานได้ดี

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงภาพรวมวันแรกของการเริ่มใช้จ่ายในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นมา ว่า หลังเปิดระบบครึ่งชั่วโมงแรก เมื่อเวลา 06.30 น. ที่ผ่านมามีประชาชนเข้าใช้สิทธิ์แล้วกว่า 62,000 ราย จากยอดผู้ลงทะเบียนและได้รับสิทธิ์เรียบร้อยแล้วประมาณ 26 ล้านคน เกิดยอดการใช้จ่ายรวมสะพัดกว่า 11 ล้าน 1 แสน 2 หมื่นบาท ผ่านการใช้จ่ายกว่า 70,000 รายการ ซึ่งสะท้อนถึงความคึกคักอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนที่มีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์กันอย่างหนาตาตั้งแต่ช่วงเช้า จึงไม่มีความกังวลต่อการใช้งานระบบ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับระบบเป๋าตังอยู่แล้ว 

สำหรับสินค้าและบริการที่ร่วมรายการโครงการนี้ ครอบคลุมทั้งการซื้อสินค้าและรูปแบบการบริการ โดยปัจจุบันมีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1,050,000 แห่ง ซึ่งร้อยละ 60 เป็นร้านค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม ส่วนที่เหลือเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป รวมถึงภาคบริการ เช่น รถแท็กซี่ และรถโดยสารประจำทางของ ขสมก. ที่ประชาชนสามารถสแกนแอปพลิเคชันเพื่อใช้จ่ายได้แล้วเช่นกัน แต่ในรอบนี้ ร้านเสริมสวย ร้านทำเล็บ และร้านนวดสปา จะไม่เข้าร่วมโครงการ เนื่องจากวัตถุประสงค์หลักของโครงการในครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนจากวิกฤตพลังงานและราคาน้ำมันแพง 

นายวินิจ ย้ำว่า วงเงินในแต่ละเดือนหากใช้ไม่หมดจะไม่สามารถทบไปยังเดือนถัดไปได้ โดยระบบจะดึงเงินส่วนที่เหลือกลับคืนเพื่อนำไปใช้ในมาตรการช่วยเหลือวิกฤตด้านอื่นๆ ต่อไป และจะรีเซ็ตวงเงินให้ใหม่จำนวน 1,000 บาทในวันที่ 1 ของเดือนถัดไป ส่วนกลุ่มผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ซึ่งอาจจะไม่สามารถเข้าถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ในรูปแบบแอปพลิเคชันได้นั้น ทางภาครัฐเตรียมที่จะเปิดให้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อให้กลุ่มดังกล่าวสามารถเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือในรอบต่อไปได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง