นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อมวลชนเกี่ยวกับการกำหนดให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ต้องเปลี่ยนมาใช้ป้ายทะเบียนพื้นสีฟ้าสะท้อนแสง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อประชาชนนั้น ขอชี้แจงว่า ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และยังไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายแต่อย่างใด อีกทั้ง กรม ฯ ไม่มีการบังคับให้รถ EV ที่จดทะเบียนไปแล้วต้องมาเปลี่ยนเป็นแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ ผู้ใช้รถยังสามารถใช้แผ่นป้ายทะเบียนเดิมได้ตามปกติ
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ชี้แจงเพิ่มเติมถึงสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงกำหนดขนาด ลักษณะ และสีของแผ่นป้ายทะเบียนรถฯ ว่า เป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยและสนับสนุนนโยบายลดมลพิษ (PM 2.5) โดยมีรายละเอียดข้อเสนอ ดังนี้
1. รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล (จดทะเบียนใหม่) กำหนดให้ใช้แผ่นป้ายทะเบียน “พื้นสีฟ้าสะท้อนแสง”
2. รถไฟฟ้าสาธารณะ และรถใช้งานเฉพาะทาง ให้ใช้แผ่นป้ายทะเบียนสีเดิม แต่กำหนดให้ติด “เครื่องหมายพิเศษ” ที่แผ่นป้ายทะเบียนเดิม
3. รถ EV เก่าที่จดทะเบียนไปแล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ (รวมถึงป้ายประมูลและป้ายขาวเดิม) โดยจะใช้เพียงการติด “เครื่องหมายพิเศษ” ที่แผ่นป้ายทะเบียนเดิมเท่านั้น ซึ่งเจ้าของรถจะมีเวลาดำเนินการภายใน 1 ปี นับแต่วันที่กฎกระทรวงมีผลบังคับใช้
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวชี้แจงเพิ่มเติม ถึงกรณีที่ต้องแยกความแตกต่างของป้ายทะเบียนรถ EV ให้เห็นชัดเจนทางกายภาพ แม้ว่ากรมการขนส่งทางบกจะมีข้อมูลระบุประเภทพลังงานของรถแต่ละคันในฐานข้อมูลระบบอยู่แล้ว แต่การกำหนดให้ป้ายทะเบียนรถ EV มีลักษณะเฉพาะทางกายภาพที่มองเห็นได้ชัดเจนจากภายนอก มีจุดประสงค์เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ทั้งประโยชน์ด้านความปลอดภัยและการกู้ภัย
ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เมื่อประชาชนทั่วไป หน่วยงานกู้ภัย หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะสามารถแยกแยะได้ทันทีด้วยสายตาว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจำเป็นต้องใช้ขั้นตอนและอุปกรณ์ระงับเหตุเฉพาะทางสำหรับแบตเตอรี่แรงดันสูง เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วไหลหรือเพลิงไหม้ได้อย่างทันท่วงทีและปลอดภัย รวมถึงการกำกับดูแลคุณภาพของแบตเตอรี่ และอุณหภูมิของแบตเตอรี่ในระยะยาว จึงจำเป็นจะต้องดูแลใกล้ชิดเมื่อมีอายุถึงเกณฑ์ที่จะต้องกำกับดูแลเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ ในอนาคต หน่วยงานอื่นสามารถนำไปกำหนดการรับสิทธิประโยชน์อื่นจากการมีป้ายทะเบียนที่แยกประเภทที่ชัดเจน จะช่วยอำนวยความสะดวกให้หน่วยงานอื่นๆ เช่น ผู้ให้บริการทางด่วน ห้างสรรพสินค้า หรือพื้นที่ควบคุมมลพิษ (Zero Emission Zone) สามารถบริหารจัดการและมอบสิทธิประโยชน์พิเศษให้แก่ผู้ใช้รถ EV ได้ทันทีโดยที่เจ้าหน้าที่หน้างานไม่ต้องเสียเวลาตรวจสอบจากฐานข้อมูล
ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน จึงขอเชิญชวนให้ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าและประชาชนทั่วไป ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างหลักการของกฎกระทรวงฉบับนี้ ได้ที่เว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย www.law.go.th หัวข้อ “การแก้ไขกฎกระทรวงเกี่ยวกับแผ่นป้ายทะเบียนรถ (ป้ายทะเบียนรถไฟฟ้า)” เพื่อนำความคิดเห็นมาปรับปรุงกฎหมายให้เกิดประโยชน์สูงสุด และตอบโจทย์การใช้งานของประชาชนอย่างแท้จริงก่อนการประกาศบังคับใช้ต่อไป








