“สินค้าเกษตรพรีเมียมไทย” กวาดยอดขายใน THAIFEX กว่า 334 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย

กรมการค้าภายในเผยความสำเร็จของ DIT Pavilion ในงาน THAIFEX–ANUGA ASIA 2026 สร้างยอดขายรวมกว่า 334.64 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 300 ล้านบาท สะท้อนความต้องการสินค้าเกษตรพรีเมียมไทยในตลาดโลก สินค้าขายดี ได้แก่ ผลไม้สดและแปรรูป ข้าวคุณภาพและสุราชุมชน พร้อมเกิดโอกาสทางการค้าใหม่จากตลาดญี่ปุ่นที่สนใจทุเรียนซูเปอร์จิ๋วและผลิตภัณฑ์แปรรูปของไทย ความสำเร็จครั้งนี้ช่วยรองรับผลผลิตเกษตรที่เพิ่มขึ้น สร้างรายได้ให้เกษตรกรและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดต่างประเทศ

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้นำผู้ประกอบการ เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าเกษตรคุณภาพภายใน DIT Pavilion เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อจากทั่วโลกได้พบปะเจรจาการค้า สร้างเครือข่ายธุรกิจและขยายช่องทางการตลาด โดยตลอดระยะเวลาการจัดงาน 5 วัน มียอดขายรวม 334,641,770 บาท สูงกว่าปีก่อนและสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้

สำหรับยอดขายภายในงาน แบ่งเป็นกลุ่มผลไม้สดและผลไม้แปรรูป ปริมาณ 1,921 ตัน มูลค่า 221,820,000 บาท กลุ่มข้าวประณีต ปริมาณ 809 ตัน มูลค่า 109,372,910 บาท และกลุ่มสุราชุมชน จำนวน 5,490 ขวด มูลค่า 3,448,860 บาท โดยคาดว่าหลังจากนี้จะมีคำสั่งซื้อและการซื้อขายต่อเนื่องตามมาอีกเป็นจำนวนมาก

นายวิทยากร กล่าวว่า ผลตอบรับจากผู้ซื้อทั้งไทยและต่างชาติสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของสินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรพรีเมียมที่มีคุณภาพและมาตรฐานสูง ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกได้เป็นอย่างดีและหากเกษตรกรสามารถพัฒนาคุณภาพและยกระดับมาตรฐานการผลิตอย่างต่อเนื่อง จะช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น

นอกจากนี้ ภายในงานยังเกิดโอกาสทางการค้าใหม่จากตลาดญี่ปุ่น หลังผู้นำเข้าญี่ปุ่นให้ความสนใจทุเรียนขนาดเล็ก หรือทุเรียนซูเปอร์จิ๋วของไทย ซึ่งมีขนาดเหมาะสมกับการบริโภคในครัวเรือนขนาดเล็กและสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น โดยได้หารือกับกรมการค้าภายในเพื่อประสานผู้ประกอบการด้านบรรจุภัณฑ์และผู้ส่งออก พัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบแกะเนื้อบรรจุแพ็กขนาดเล็ก เพื่ออำนวยความสะดวกในการบริโภคและเพิ่มมูลค่าสินค้า รองรับความต้องการของตลาดญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับความสะดวก คุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยของอาหาร

นายวิทยากร กล่าวต่อว่า ผลการจัดงานครั้งนี้ยังเป็นส่วนสำคัญในการรองรับผลผลิตทางการเกษตรที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปี 2569 โดยเฉพาะกลุ่มผลไม้ที่คาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นกว่า 30% ช่วยสร้างโอกาสทางการตลาดและสนับสนุนให้ราคาผลไม้ไทยมีเสถียรภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันการประชาสัมพันธ์ร่วมกับ NipponBoyz คอนเทนต์ครีเอเตอร์ชื่อดังชาวญี่ปุ่นที่เข้าร่วมกิจกรรมภายในงาน ยังช่วยสร้างการรับรู้และขยายฐานผู้บริโภคผลไม้ไทยในตลาดญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี

กรมการค้าภายในจะเดินหน้าส่งเสริมการตลาด เชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันสินค้าเกษตรไทยให้เข้าถึงตลาดคุณภาพ สร้างรายได้ให้เกษตรกรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลกต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง