โรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ส่งมอบยารักษามะเร็ง “อิมครานิบ 100” ล็อตแรก ให้ สปสช. กระจายสู่ผู้ป่วยทั่วประเทศ

จากพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้พระราชทานยารักษาโรคมะเร็งมุ่งเป้าชนิดเม็ด “อิมครานิบ 100 (Imcranib 100)” จำนวน 690,000 เม็ด เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 4 กรกฎาคม 2569 ภายใต้ “โครงการยารักษาโรคมะเร็งเฉลิมพระเกียรติ 69 พรรษา” ให้แก่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

โรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ดำเนินการผลิตและส่งมอบยารุ่นแรกของ สปสช. เข้าสู่ศูนย์กระจายยาขององค์การเภสัชกรรม (อภ.) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กระจายยาหลักของ สปสช. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ กระบวนการคลังสินค้าและการจัดส่งทั้งหมดดำเนินการภายใต้มาตรฐาน GDP (Good Distribution Practice) หรือหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการกระจายยาอย่างเคร่งครัด เพื่อคงคุณภาพและความปลอดภัยของตัวยาไว้สูงสุดจนถึงมือผู้ป่วย

ในขั้นตอนต่อไป องค์การเภสัชกรรมจะรับหน้าที่กระจายยา “อิมครานิบ 100” ไปยังหน่วยบริการสุขภาพและโรงพยาบาลทั่วประเทศ ตามแผนการกระจายยาของ สปสช. เพื่อให้ผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าสามารถเข้าถึงยารักษาโรคที่ทันสมัยได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

สำหรับ “อิมครานิบ 100” ถือเป็นยารักษามะเร็งมุ่งเป้าตำรับแรกที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย โดยโรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตยารักษาโรคมะเร็งแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานวิธีการที่ดีในการผลิตยาและการกระจายยาตามมาตรฐานสากล PIC/s GMDP

ยาดังกล่าวได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 และได้รับการบรรจุในบัญชีนวัตกรรมไทย เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569

โรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริฯ ถูกจัดตั้งขึ้น ณ พระตำหนักพิมานมาศ เมื่อปี 2563 เพื่อสนับสนุนงานวิจัยและต่อยอดสู่การผลิตระดับอุตสาหกรรม ทำให้ประเทศไทยสามารถผลิตยารักษาโรคมะเร็งได้เพียงพอต่อความต้องการ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการนำเข้ายาจากต่างประเทศ และสร้างความมั่นคงทางยาให้ประเทศในระยะยาว

“อิมครานิบ 100” เป็นยารักษาแบบมุ่งเป้า ที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ Tyrosine kinase ซึ่งช่วยยับยั้งการเติบโตและการกระจายของเซลล์มะเร็ง มีประสิทธิภาพในการควบคุมโรคและมีผลข้างเคียงต่ำกว่าการรักษาด้วยเคมีบำบัดแบบดั้งเดิม

สามารถใช้รักษาโรคมะเร็งหลายชนิด ได้แก่ มะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังชนิดซีเอ็มแอล (CML) มะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดฟิลาเดลเฟียบวก (Ph+ ALL) มะเร็งเนื้อเยื่อในระบบทางเดินอาหาร (GIST) และมะเร็งผิวหนังชนิดหายาก (DFSP)

การส่งมอบยารุ่นแรกในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ตามพระปณิธานในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ลดอุปสรรคด้านเศรษฐกิจ และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาโรคมะเร็งที่ทันสมัยอย่างเท่าเทียมแก่ผู้ป่วยทั่วประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง