กระทรวงการคลัง เปิดเผยยอดการใช้จ่ายโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” เมื่อวานนี้ (3 มิ.ย. 69) มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 7,316 ล้านบาท แบ่งเป็นประชาชนจ่าย 3,063 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่าย 4,253 ล้านบาท โดยมีผู้ใช้สิทธิสำเร็จแล้วกว่า 17.8 ล้านคน และมีร้านค้าที่มีการใช้จ่ายสำเร็จ 840,893 ร้านค้า
นางสาวพีรวัชร์ ศรจิตติโยธิน ประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิ ณ ตลาดเมืองไทยภัทร เปิดเผยว่า ภายหลังเข้าร่วมโครงการรู้สึกอยากออกมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เพราะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะค่าอาหารและอยากให้มีโครงการลักษณะนี้ต่อไปในอนาคต
ด้านนางยุพิน ต่อติด เจ้าของร้านขายผลไม้ กล่าวว่า ตั้งแต่รัฐบาลเปิดให้ใช้สิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” มีลูกค้าเข้ามาเลือกซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดขายปรับตัวดีขึ้นและทำให้บรรยากาศการค้าขายกลับมาคึกคักอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน วันนี้(4 มิ.ย.69)เป็นวันแรก ที่เปิดให้ผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเก่า (ผู้มีสิทธิเดิม) ลงทะเบียนยืนยันสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 อย่างไรก็ตาม มีประชาชนบางรายเข้าใจผิดว่าเป็นการเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่และเดินทางมาสอบถามข้อมูลที่ธนาคารกรุงไทย สาขาห้วยขวาง อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงว่า ครั้งนี้เป็นการยืนยันสิทธิสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมเท่านั้น
ด้านนายละมูล แก้วเทศ ประชาชนจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวถึงข่าวภาครัฐดำเนินการคัดกรองผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ทั้งหมดว่า ตนเองไม่ได้รู้สึกกังวลแต่อย่างใดและเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว เพราะมองว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นโครงการที่มีประโยชน์และควรส่งถึงผู้ที่มีรายได้น้อยหรือผู้ที่เดือดร้อนจริงและอาจเพิ่มการช่วยเหลือให้กับผู้ที่เดือดร้อนได้








