กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยกรมการศาสนา จัดพิธีทางศาสนา 5 ศาสนา เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ผนึกพลังองค์การทางศาสนา 15 องค์การ และศาสนิกชนกว่า 800 คน จาก 5 ศาสนา ร่วมถวายพระพรชัยมงคลและถวายพระราชกุศล เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและสะท้อนพลังแห่งความสามัคคีของคนไทยทุกศาสนา
วันที่ 4 มิถุนายน 2569 ที่โรงละครแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีทางศาสนา 5 ศาสนา เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้นำองค์การทางศาสนา และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ศาสนิกชนทุกศาสนาได้ร่วมกันประกอบศาสนพิธีตามหลักความเชื่อของตน เพื่อถวายพระพรชัยมงคลและถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตลอดจนส่งเสริมบทบาทของศาสนาในการสร้างคุณธรรม จริยธรรม และความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนต่างศาสนา อันเป็นรากฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม
ภายในงานมีการประกอบพิธีทางศาสนาจาก 5 ศาสนา ได้แก่ ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์ โดยศาสนิกชนจากทุกศาสนาร่วมประกอบศาสนพิธีตามหลักศรัทธา เพื่อถวายพระพรชัยมงคลและถวายพระราชกุศลอย่างพร้อมเพรียง สะท้อนถึงความร่วมมือและความเคารพในความหลากหลายทางศาสนาที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน
นางสาวซาบีดา กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการทำนุบำรุงและอุปถัมภ์ศาสนาทุกศาสนาอย่างเสมอภาค ควบคู่กับการอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของชาติ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการหล่อหลอมคุณธรรม จริยธรรมและความสามัคคีของประชาชน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า การรวมพลังของศาสนิกชนทั้ง 5 ศาสนาในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคลในวาระมหามงคลเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่ประชาชนทุกศาสนามีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ พร้อมทั้งสะท้อนพลังแห่งความศรัทธา ความปรองดองและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของประชาชนในสังคมพหุวัฒนธรรม
ทั้งนี้ การจัดพิธีทางศาสนา 5 ศาสนาในครั้งนี้ นอกจากเป็นการเฉลิมพระเกียรติและถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีแล้ว ยังเป็นการตอกย้ำบทบาทของศาสนาในการเสริมสร้างคุณธรรม ความเข้าใจอันดีและความสมานฉันท์ในสังคม อันเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงและความสงบสุขของประเทศอย่างยั่งยืน














