จากมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยเปิดลงทะเบียนและยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 และมีการสำรวจผู้ตกหล่น ตามฐานข้อมูลความจําเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ของกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย หรือระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-LOGBOOK) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า ในฐานะหน่วยงานภาครัฐด้านสังคมที่มีภารกิจสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 จึงได้กำชับหน่วยงาน พม.จังหวัด ทั่วประเทศ ได้แก่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และศูนย์-สถาน-บ้าน-นิคม เตรียมความพร้อมในระดับพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามโครงการดังกล่าวให้ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ศทส.) กระทรวง พม. จัดเตรียมและสนับสนุนข้อมูลกลุ่มเปราะบางในระบบ MSO-LOGBOOK ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลหลักที่มีการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนทั่วประเทศ ให้แก่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ทั่วประเทศ เพื่อใช้ประกอบ การตรวจสอบข้อมูลในช่วงกระบวนการยืนยันข้อมูลในระดับพื้นที่ รวมถึงการช่วยเหลือกรณีประชาชนที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนยากลำบากจริง แต่ไม่มีข้อมูลในระบบ MSO-LOGBOOK เพื่อให้สามารถบันทึกข้อมูลในระบบได้ และมอบหมายให้กองตรวจราชการ (กตร.) กระทรวง พม. ซักซ้อมความเข้าใจให้กับ พมจ. และหน่วยงาน พม. จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเตรียมแผนอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและคนพิการ สำหรับการลงทะเบียนและยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ อาทิ การยืนยันตัวตนผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงสิทธิได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเท่าเทียม และเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ บูรณาการความร่วมมือระหว่างกันและสนับสนุนการปฏิบัติงานของ พมจ.ทั่วประเทศ รวมถึงประสานการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนกลุ่มเปราะบางเป็นสำคัญ เพื่อให้สามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการพื้นฐานของภาครัฐและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด สั่งการให้ทุกจังหวัดบูรณาการความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เร่งดำเนินการสำรวจและติดตามกลุ่มเป้าหมาย ระหว่างวันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 ผ่าน “ระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ” เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ สั่งการให้ที่ทำการปกครองอำเภอทั่วประเทศจัดตั้ง ศูนย์บริการร่วม (One Stop Service : OSS) เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้คำปรึกษา ตรวจสอบข้อมูล และยืนยันตัวตนของประชาชน
สำหรับประชาชนที่เคยได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐในปี 2565 หรือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปัจจุบันต้องยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการใหม่ทุกราย ผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เว็บไซต์ของโครงการ: https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th เครื่อง ATM ของบริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
กรณีประชาชนกลุ่มตกหล่น ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิของรัฐได้อีกประมาณ 1,044,785 คน ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) บุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ลงพื้นที่เชิงรุกสำรวจผู้มีสิทธิจากฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) และระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-LOGBOOK) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดำเนินการเร่งสำรวจ ให้คณะกรรมการหมู่บ้าน หรือ คณะกรรมการชุมชน จัดเวทีประชาคมหมู่บ้านและชุมชน เพื่อร่วมกันตรวจสอบข้อมูลให้ครอบคลุมและโปร่งใส รวมทั้งเปิดโอกาสให้ชุมชนช่วยกันค้นหาผู้ที่สมควรได้รับสิทธิแต่ยังไม่ได้รับการบันทึกข้อมูลในระบบ เพื่อให้ไม่มีประชาชนผู้เดือดร้อนถูกทอดทิ้งหรือหลุดจากการช่วยเหลือของภาครัฐ ระหว่างวันที่ 4-17 มิถุนายน 2569 ให้ได้รับการลงทะเบียนครบถ้วนทุกราย ทั้งนี้ เมื่อดำเนินการสอบทานตามบัญชีรายชื่อครบถ้วนแล้วให้เร่งยืนยันและส่งข้อมูล ภายในวันที่ 21 มิถุนายน 2569 เวลา 23.59 น. เพื่อกรมการปกครองจะได้นำส่งให้กระทรวงการคลังดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและเงื่อนไขที่กำหนดต่อไป และได้กำชับทุกจังหวัดเร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตือนให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่อาจแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์ หรือหลอกลวงเกี่ยวกับการลงทะเบียนและการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ โดยขอให้ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐที่เชื่อถือได้เท่านั้น “เป้าหมายสำคัญของโครงการคือการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงสวัสดิการของรัฐได้อย่างทั่วถึง
เท่าเทียม และได้รับการดูแลตามความจำเป็นอย่างแท้จริง”
การประกาศผลผู้ลงทะเบียน วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง พร้อมทั้งเปิดให้ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแต่ยังไม่เคยมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน เข้าไปยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันที่ประกาศผล (17 กรกฎาคม 2569) ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน
“เป๋าตัง” และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง และสามารถใช้สิทธิสวัสดิการได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
ผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ สามารถอุทธรณ์ผลการตรวจสอบผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง ได้ตั้งแต่วันที่ 17-31 กรกฎาคม 2569 โดยจะต้องไปแก้ไขข้อมูลที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติที่หน่วยตรวจสอบคุณสมบัติตามที่ได้รับแจ้งให้ครบทุกเกณฑ์ ภายในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 และกระทรวงการคลังจะประกาศผลการอุทธรณ์ดังกล่าวในวันที่ 14 กันยายน 2569 ซึ่งผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในรอบอุทธรณ์สามารถยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันที่มีการประกาศผล และใช้สิทธิสวัสดิการได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป








