“เอื้องเทียนใบบาง” (Schiller’s Coelogyne) ถือเป็นพรรณไม้ที่มีเขตการกระจายพันธุ์แคบและเผชิญภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ โดยต้นเรื่องการค้นพบครั้งนี้เริ่มจากการที่ทีมงานได้ลงพื้นที่สำรวจและเก็บกู้ตัวอย่างกล้วยไม้ที่ติดอยู่บนกิ่งไม้ร่วงหล่น ในบริเวณพื้นที่ป่าถูกไฟไหม้ใกล้กับแนวชายแดนไทย-เมียนมา ในเขตอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ก่อนจะนำกลับมาประคบประหงมปลูกเลี้ยงในเรือนเพาะชำจนกระทั่งต้นสมบูรณ์และออกดอก สะท้อนถึงความพยายามในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชป่าอย่างทันท่วงที
จากการตรวจสอบลักษณะทางพฤกษศาสตร์อย่างละเอียด ยืนยันว่ากล้วยไม้ชนิดนี้คือ Coelogyne schilleriana Rchb. f. & K. Koch ซึ่งมีสถานะเป็นกล้วยไม้ที่มีการกระจายพันธุ์จำกัดอย่างมาก โดยพบได้เฉพาะในบริเวณผืนป่าตะวันตกของประเทศไทยและในประเทศเมียนมาเท่านั้น ซึ่งเมียนมาถือเป็นแหล่งเก็บตัวอย่างต้นแบบ (Type specimen) ในอดีต สำหรับชื่อพฤกษศาสตร์ดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1858 โดยสองนักพฤกษศาสตร์ชื่อดัง Heinrich Gustav Reichenbach และ Karl Heinrich Koch ซึ่งคำระบุชนิด “schilleriana” นั้น ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ Gustav Wilhelm Schiller นักธุรกิจและนักสะสมกล้วยไม้ชาวเยอรมันจากเมืองฮัมบูร์กผู้มีบทบาทในวงการพฤกษศาสตร์ยุคก่อน
ในทางลักษณะวิชาการ “เอื้องเทียนใบบาง” จัดเป็นกล้วยไม้อิงอาศัย (Epiphytic orchid) ที่มีลักษณะเด่นคือ ลำลูกกล้วยหรือหัวเทียมมีทรงรูปไข่ ชูใบจำนวน 2 ใบ ตัวใบมีรูปทรงใบหอกแกมรูปรี ความกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร และยาวระหว่าง 5-10 เซนติเมตร แม้แผ่นใบจะมีความบางแต่มีเนื้อเหนียว ส่วนก้านใบนั้นไม่ชัดเจน จุดเด่นทางนิเวศวิทยาคือจะออกช่อดอกพร้อมๆ กับการแตกใบอ่อน (Synanthous) โดยก้านช่อดอกจะถูกหุ้มมิดด้วยเกล็ดที่เรียงซ้อนเหลื่อมกันอย่างประณีต มีใบประดับรูปไข่ที่ติดทนนาน
สำหรับตัวดอกเป็นดอกเดี่ยว ผิวเกลี้ยง โดดเด่นด้วยกลีบเลี้ยงและกลีบดอกที่มีสีเขียวอ่อนหรือสีเหลืองหม่นอมน้ำตาล สอดรับกับกลีบปากสีขาวบริสุทธิ์ โดยบริเวณแฉกข้างของกลีบปากจะปรากฏเส้นและแถบสีน้ำตาลเข้ม ส่วนแฉกกลางมีโทนสีออกเหลืองพร้อมแต้มและแถบสีน้ำตาลอย่างแต่งแต้ม แกนเกสรหรือเส้าเกสรมีสีเขียวสดใส โดยกล้วยไม้ชนิดนี้มีช่วงเวลาการเริงร่าออกดอกอวดโฉมสั้นๆ เพียงปีละครั้ง ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนเท่านั้น
.








