นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. เป็นต้น
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นการครั้งแรก หลังจากที่ตนมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา นโยบายที่สำคัญนโยบายหนึ่งของรัฐบาล คือการสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพื่อให้ปลอดภัยจากอาชญากรรมทุกรูปแบบ ทั้งยาเสพติด การฉ้อโกง การก่อการร้าย การหลอกลวงทางไซเบอร์ การฟอกเงินและอาชญากรรมในรูปแบบอื่นๆ ที่กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนทั้งชาวไทยและต่างชาติ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปราบปรามกระบวนการสแกมเมอร์ เครือข่ายยาเสพติดและอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน ขอแสดงความชื่นชมทุกหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือตอบสนองนโยบายรัฐบาลอย่างเต็มที่ มีผลงานแต่ละคดีออกมาจำนวนมาก สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้เห็นว่าอย่างน้อยรัฐบาลตั้งใจที่จะดำเนินการตามนโยบายการสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่าง
ขณะเดียวกัน มีชาวต่างชาติที่เข้ามาพักอาศัยและประกอบธุรกิจในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะจากสถานการณ์ความขัดแย้งในระดับภูมิภาค ทำให้คนเหล่านี้เข้ามาประกอบอาชีพและธุรกิจที่แข่งขันกับคนไทยด้วย รวมถึงมีการใช้คนไทยมาเป็นตัวแทนหรือนอมินี เพื่อทำธุรกรรมต่างๆ เช่น การถือครองที่ดินอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงธุรกิจต่างๆ เช่น ธุรกิจโรงแรมที่พัก สถาบันการศึกษาเอกชน ร้านอาหาร เป็นต้น ทำให้มีชาวต่างชาติจำนวนมากซึ่งบางกรณีรวมตัวกันเป็นชุมชนในหลายพื้นที่อย่างเป็นเอกเทศ โดยมีการจัดกิจกรรมเฉพาะกลุ่มทำให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าถึงไม่ได้ สถานการณ์ดังกล่าวหากยังปล่อยไว้อาจจะลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ได้ในอนาคต จนเกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน
การตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมา ถือเป็นการให้ความสำคัญในการปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท โดยเน้นเรื่องของสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อให้การจัดการปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพต่อสถานการณ์ ลดความเสียหายและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม
นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า รัฐบาลจะคอยปกป้องดูแลความปลอดภัย ความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ขอให้ทุกคนมีความมุ่งมั่น และดำรงเป้าหมายต่อไป เพื่อให้การดำเนินการปราบปรามการกระทำผิดทางอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และอาชญากรรมข้ามชาติ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และจะทำให้ความเชื่อมั่นต่างๆ ของประเทศไทยอยู่ในระดับสูงก่อให้เกิดความมั่นใจทางเศรษฐกิจ การลงทุน การค้าต่างประเทศที่จะมาเป็นคู่สัญญากับประเทศไทย ความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวและความร่วมมือจากนานาชาติที่มีต่อประเทศไทย หากประเทศไทยทำเรื่องนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง จนเกิดผลสำเร็จจะเป็นประโยชน์มหาศาลกับประเทศของเรา








