ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทยยืนยัน ข่าวที่ระบุว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ไม่ส่งข้อมูลรายได้จากแอปถุงเงินให้กรมสรรพากรเพื่อนำไปเก็บภาษีย้อนหลัง เป็นข่าวจริง

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยผลการตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับความสนใจจากประชาชน กรณี “โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ไม่ส่งข้อมูลรายได้จากแอปถุงเงินให้กรมสรรพากรเก็บภาษีย้อนหลัง” โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็น “ข่าวจริง”

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ฝ่ายข้าราชการประจำ เปิดเผยว่า รัฐบาลยืนยันข้อมูลยอดขายจากแอปพลิเคชันถุงเงินจะไม่ถูกส่งให้กรมสรรพากรเพื่อนำไปใช้ตรวจสอบหรือจัดเก็บภาษีย้อนหลังแบบเฉพาะเจาะจงอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่มีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าหรือบริการถึงเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด ยังคงมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีตามกฎหมาย โดยการพิจารณารายได้จะคำนวณจากยอดขายรวมทุกช่องทาง ไม่ได้พิจารณาเฉพาะรายได้ที่เกิดจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เท่านั้น

สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายเล็กและรายย่อย ซึ่งโดยทั่วไปมีรายได้รวมตลอดปีไม่ถึง 1.8 ล้านบาท จึงไม่เข้าเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และไม่ควรกังวลเกี่ยวกับภาระภาษีจากการเข้าร่วมโครงการดังกล่าว

นอกจากนี้ การพิจารณาภาระภาษีจะอ้างอิงจากรายได้เฉลี่ยตลอดทั้งปี ไม่ใช่รายได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นจากการเข้าร่วมโครงการ รัฐบาลจึงขอให้ผู้ประกอบการและประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือข่าวลือที่เผยแพร่ผ่านช่องทางต่าง ๆ

กระทรวงดีอีเน้นย้ำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการรับและส่งต่อข้อมูลข่าวสารบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐและแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนแชร์ทุกครั้ง เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนและสังคมโดยรวม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง