นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินงานจัดสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ว่า ขณะนี้งานโครงสร้างเหล็กของพระเมรุมาศดำเนินการแล้วเสร็จกว่าร้อยละ 50 ภายหลังผ่านพิธีปักหมุดวางผังและยกเสาพระเมรุมาศเรียบร้อยแล้ว
ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างพื้นและขยายลวดลายสถาปัตยกรรมไทย เพื่อนำไปผลิตเป็นชิ้นงานจริง โดยกรมศิลปากรได้จัดตั้งโรงขยายแบบภายในสนามหลวง เพื่อรองรับการดำเนินงานด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมอย่างใกล้ชิด มีสถาปนิกและช่างผู้เชี่ยวชาญปฏิบัติงานกว่า 30 คนต่อวัน
สำหรับวัสดุตกแต่งส่วนใหญ่จะใช้วัสดุสังเคราะห์ เนื่องจากพระเมรุมาศเป็นอาคารชั่วคราว ขณะเดียวกัน กรมศิลปากรกำลังเร่งดำเนินการก่อสร้างพระที่นั่งทรงธรรมและอาคารสำคัญต่าง ๆ โดยเฉพาะงานมุงหลังคา ซึ่งตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อรองรับฤดูฝน
การดำเนินงานทุกส่วนยังเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ และตั้งเป้าก่อสร้างพระเมรุมาศแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ส่วนการบูรณะราชรถและพระยานมาศ ขณะนี้อยู่ระหว่างการอนุรักษ์ ซ่อมแซม และตกแต่ง โดยมีกำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการซักซ้อมและใช้งานจริงในพระราชพิธี ขณะที่พระโกศจันทน์และพระโกศพระบรมอัฐิ ได้ดำเนินการจัดทำแบบและหล่อต้นแบบเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการขยายลวดลายเพื่อผลิตเป็นชิ้นงานจริง
นอกจากนี้ กรมศิลปากรยังได้นำ “ปีกแมลงทับ” มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของงานตกแต่งพระเมรุมาศและฉากบังเพลิง เพื่อสื่อถึงพระราชกรณียกิจด้านศิลปาชีพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงส่งเสริมการนำปีกแมลงทับมาประยุกต์ใช้ในงานหัตถศิลป์ไทยมาอย่างต่อเนื่อง อันเป็นการสืบสานและเผยแพร่ภูมิปัญญาไทยให้เป็นที่ประจักษ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ









