นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ครั้งที่ 3/2569 พร้อมมอบนโยบายการดำเนินงานแก่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) โดยเน้นย้ำการยกระดับบทบาทของ สคบ. ให้เป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ หรือ One Stop Service ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศ
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแล สคบ. และพร้อมขับเคลื่อนการทำงานอย่างเต็มที่ โดยตั้งเป้าให้ สคบ. เป็นตัวแทนของรัฐบาลในการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคอย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ปัจจุบันภัยคุกคามผู้บริโภคมีความรวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะในโลกออนไลน์และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ซึ่งมีทั้งปัญหาการได้รับสินค้าไม่ตรงตามโฆษณา สินค้าไม่ได้มาตรฐาน ไม่ได้รับสินค้า การหลอกลวงทางการค้า และการโฆษณาเกินจริง ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความเสียหาย
ที่ผ่านมา สคบ. มักถูกมองว่าเป็นหน่วยงานที่ทำงานเชิงรับ โดยดำเนินการหลังได้รับเรื่องร้องเรียนแล้ว ซึ่งบางกรณีใช้เวลาพิจารณานานหลายเดือนถึงเป็นปี อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้กำหนดนโยบายให้ทุกหน่วยงานปรับบทบาทสู่การทำงานเชิงรุกมากขึ้น เพื่อป้องกันความเสียหายตั้งแต่ต้นทาง
ดังนั้น สคบ. ในยุคปัจจุบันจะต้องเพิ่มบทบาทด้านการเฝ้าระวัง การตรวจสอบ และการให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบก่อนเกิดความเสียหาย รวมถึงดำเนินมาตรการทางกฎหมายอย่างจริงจังกับผู้กระทำผิด โดยหากเป็นกรณีที่สามารถตักเตือนได้ก็จะดำเนินการตามความเหมาะสม แต่หากพบการกระทำผิดซ้ำหรือสร้างความเสียหายร้ายแรง จะต้องใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างแก่ผู้ประกอบการรายอื่น
แม้บางกรณีอาจไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของ สคบ. โดยตรง แต่หากเกี่ยวข้องกับการซื้อขายสินค้าและบริการที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค สคบ. จำเป็นต้องเข้ามามีบทบาทประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและลดความเสียหายให้กับประชาชน
สำหรับการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอความร่วมมือจากทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุมอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการติดตามงานและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการทำให้ สคบ. เป็นที่พึ่งของประชาชน และสามารถคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น








