นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่วมพิธีเปิดการประชุมอาเซียน ฟิวเจอร์ ฟอรั่ม ครั้งที่ 3 ณ โรงแรมเมเลีย ฮานอย พร้อมกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ ชื่นชมเวียดนามในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุม ASEAN Future Forum 2026 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของภูมิภาค ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ รูปแบบการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไป และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า อาเซียนมีศักยภาพที่จะเป็นภูมิภาคที่มีเสถียรภาพสูง และเป็นจุดหมายสำคัญของการลงทุนและนวัตกรรมในอนาคต
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ความยืดหยุ่นจะเป็นรากฐานสำคัญ โดยต้องเร่งบูรณาการเศรษฐกิจและการเชื่อมโยงในทุกมิติ ทั้งด้านกายภาพและดิจิทัล พร้อมแสดงความยินดีที่อาเซียนเตรียมลงนามความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ภายในปีนี้ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้ผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อเป็นเส้นทางสำรองเสริมความมั่นคงให้แก่ห่วงโซ่อุปทานโลก และพร้อมสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน โดยเสนอการจัดหาเชื้อเพลิงอากาศยานจากกำลังการผลิตส่วนเกินให้แก่ประเทศสมาชิกอาเซียน
นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ความสำเร็จของอาเซียนต้องวัดจากคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นของประชาชน โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่รับมือกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ การหลอกลวงออนไลน์ ภัยพิบัติ และความท้าทายด้านสาธารณสุข ควบคู่ไปกับการลงทุนด้านการศึกษาและระบบคุ้มครองทางสังคม
นายกรัฐมนตรีย้ำว่า อาเซียนมีศักยภาพเพียงพอที่จะรับมือกับความท้าทายและคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของโลก เนื่องจากอาเซียนยังคงมีจุดแข็งสำคัญที่หลายภูมิภาคกำลังขาดแคลน ได้แก่ เสถียรภาพ การเชื่อมโยง และความไว้วางใจ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุน สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสให้แก่ประชาชน พร้อมยืนยันว่าไทยพร้อมทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนและหุ้นส่วนทุกฝ่าย เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา โดยระบุว่า ทั้งสองประเทศกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญที่จะต้องร่วมมือกันเปิดหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ ผ่านการแก้ไขปัญหาอย่างสันติและยั่งยืน ซึ่งต้องอาศัยการเจรจาด้วยความสุจริตใจและความไว้วางใจ เพื่อก้าวไปข้างหน้าร่วมกันอย่างมั่นคง








