นายกรัฐมนตรีกล่าวปาฐกถาพิเศษบนเวที JFCCT 2026 ต่อผู้นำธุรกิจและนักลงทุนกว่า 400 คน ย้ำปฏิรูปกฎระเบียบ พัฒนาคน เชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมงาน JFCCT Prime Minister’s Address Luncheon 2026 ซึ่งจัดโดยหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (JFCCT) ณ โรงแรมดิ แอทธินี กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้แทนภาคธุรกิจ เอกอัครราชทูต ประธานหอการค้าต่างประเทศ และคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมกว่า 400 คน

ในการกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Thailand 2026: A Vision for Competitiveness, Investment, and a Future-Ready Economy” นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความท้าทายของเศรษฐกิจโลกที่เผชิญความไม่แน่นอนจากการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยพร้อมเป็นจุดหมายปลายทางการลงทุนที่มีเสถียรภาพ น่าเชื่อถือ และรองรับการเติบโตในระยะยาว

รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ผ่านการปรับปรุงกฎระเบียบ การลดขั้นตอนการอนุมัติและการลงทุน การขยายบริการภาครัฐในรูปแบบดิจิทัล และการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสร้างความโปร่งใสและเพิ่มความสะดวกแก่ภาคธุรกิจ

พร้อมยกตัวอย่างโครงการ Thailand FastPass ซึ่งช่วยเร่งรัดกระบวนการอนุมัติการลงทุน โดยปัจจุบันมีโครงการได้รับประโยชน์แล้ว 25 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 223,000 ล้านบาท รวมทั้งอยู่ระหว่างปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เพื่อลดข้อจำกัดที่ไม่จำเป็นและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมุ่งส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) บริการดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ พลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมชีวภาพ เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของภูมิภาคอาเซียน

ขณะเดียวกัน รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน เพื่อพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่ รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนในอนาคต

ในด้านการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก รัฐบาลเดินหน้าผลักดันความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ และการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนของอาเซียน รวมถึงการผลักดันการเข้าเป็นสมาชิก OECD เพื่อยกระดับมาตรฐานสากล ความสามารถในการแข่งขัน และธรรมาภิบาลของประเทศ

แม้ประเทศไทยไม่สามารถขจัดความไม่แน่นอนของโลกได้ทั้งหมด แต่สามารถสร้างความเชื่อมั่นผ่านการปฏิรูปประเทศ การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง