นายกฯ เปิด “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ผ่านแพลตฟอร์ม Delivery มุ่งให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยสะดวก คุ้มค่า

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดกิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ของผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คณะผู้บริหารกระทรวงการคลัง ผู้แทนสถาบันการเงิน ภาคเอกชนร่วมกิจกรรม พร้อมถ่ายภาพร่วมกัน เยี่ยมชมนิทรรศการและรับฟังการนำเสนอแนวทางดำเนินงานจากหน่วยงานและผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ซึ่งมีการจัดบูทนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวม 5 บูท ประกอบด้วย 1. AI “นกกระซิบ” ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด (Grab) 3. บริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด (LINE MAN) 4. บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด (Robinhood) และ 5. บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด (ShopeeFood) ซึ่งร่วมสนับสนุนการดำเนินโครงการเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้อย่างทั่วถึง

นายกรัฐมนตรี ขอบคุณผู้ประกอบการทุกภาคส่วนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนและขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ของรัฐบาลให้เกิดการขยายตัวอย่างเป็นรูปธรรม โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการสามารถจับจ่ายใช้สอยได้อย่างสะดวกและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ผ่านการส่งเสริมการ Reskill และ Upskill โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขาย ตลอดจนขยายขนาดกิจการได้ในอนาคต

ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่เห็นได้อย่างชัดเจนจากการดำเนินโครงการลักษณะนี้ คือประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาที่เหมาะสม ขณะที่ผู้ประกอบการมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งผู้ซื้อและผู้ขายตามแนวคิด “ไทยช่วยไทย” นอกจากนี้ สิ่งที่ได้รับนอกเหนือจากลดภาระค่าใช้จ่ายแล้ว คือการเพิ่มยอดขายให้แก่ผู้ประกอบการ จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าผู้ประกอบการหลายรายมียอดขายเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 5 เท่า ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการเติบโตของธุรกิจ เมื่อผู้ประกอบการมียอดขายเพิ่มขึ้นและมีช่องทางเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น จะช่วยยกระดับฐานรายได้ของธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้โครงการจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม โดยเชื่อว่าจะสามารถปรับฐานรายได้ของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นได้อย่างน้อย 2 เท่า อันเป็นการตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า รัฐบาลมุ่งมั่นเดินหน้าส่งเสริมให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน เพื่อสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้มีความเข้มแข็งและมั่นคงในระยะยาว

ทางด้านผู้ให้บริการแพลตฟอร์มส่งอาหารที่เข้าร่วมโครงการ ขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ผลักดันโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ทำให้หลังเข้าร่วมโครงการ ยอดขายของร้านค้าและผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนถึงผลสำเร็จของมาตรการในการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ยังช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการรายย่อย และส่งเสริมให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น

โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ของผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ประชาชนสามารถใช้สิทธิตามโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 ระหว่างเวลา 06.00 – 21.00 น. ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของภาครัฐและเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย และร้านค้าในทุกพื้นที่

สำหรับการจับจ่ายใช้สอยภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ข้อมูล ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เวลา 17.00 น. มีผู้ได้รับสิทธิ 26,040,623 คน มีร้านค้าลงทะเบียนพร้อมใช้งานแล้วกว่า 1,048,517 ร้านค้า ขณะที่ยอดใช้จ่ายสะสมตั้งแต่เปิดโครงการอยู่ที่ 31,088.26 ล้านบาท เป็นยอดใช้จ่ายจากร้านค้าปกติ 31,031.67ล้านบาท ร้านค้าผ่านแพลตฟอร์ม Food Delivery 56.59 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินที่รัฐบาลร่วมจ่าย 17,995.50 ล้านบาท และ เงินที่ประชาชนร่วมจ่าย 13,092.76 ล้านบาท มีผู้ใช้สิทธิสำเร็จแล้ว 25,000,154 คน และมีผู้ใช้สิทธิครบวงเงิน 1,000 บาทแล้ว 3,123,599 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 14 มิ.ย. 69 เวลา 23.00 น.)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง