นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงของ ทส. เข้าร่วมงานสัปดาห์น้ำนานาชาติแห่งสิงคโปร์ ประจำปี ค.ศ. 2026 (Singapore International Water Week 2026) ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยมีนางชลธี จันทร์รัชช อุปทูตฯ ให้การต้อนรับ



ในการนี้ นายสุชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดผู้นำด้านการสร้างความพร้อมรับมือกับอุทกภัย และสถานการณ์น้ำด้านชายฝั่งทะเล (Coastal and Flood Resilience Leaders Summit) โดยมี Ms. Grace Fu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบด้านความสัมพันธ์ทางการค้าของสิงคโปร์ เป็นประธานในการเปิดการประชุม โดยได้ชื่นชมรัฐบาลสิงคโปร์ที่ได้บริหารจัดการทรัพยากรน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ ของภูมิประเทศ และร่วมแลกเปลี่ยนการดำเนินงานของประเทศไทย ในการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อทรัพยากรน้ำและสถานการณ์ชายฝั่งทะเล
ทั้งนี้ ประเทศไทย โดยนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกุล ให้ความสำคัญเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ได้มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดทำแผนการปรับตัวแห่งชาติซึ่งครอบคลุมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงได้ดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรเพื่อรับมือปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง และการพัฒนาระบบเตือนภัยให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมคู่ขนานต่างๆ อาทิ การประชุมวิชาการ และการจัดนิทรรศการเพื่อนำเสนอนวัตกรรมด้านน้ำทั้งจากภาครัฐและเอกชน
งานสัปดาห์น้ำนานาชาติแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ (Singapore International Water Week: SIWW)) จัดขึ้นเป็นประจำทุกสองปี โดยปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 18 มิถุนายน 2569 เป็นเวทีระหว่างประเทศด้านน้ำที่สำคัญระดับภูมิภาคในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยีด้านน้ำ เพื่อเตรียมรับมือกับความท้าทายและภาวะวิกฤตด้านน้ำ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเข้าร่วมงานจึงเป็นโอกาสสำคัญในการหารือความร่วมมือระดับนโยบายด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ รวมทั้งเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านน้ำ โดยที่สาธารณรัฐสิงคโปร์มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการจัดการน้ำที่ทันสมัย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างศักยภาพในนวัตกรรมด้านน้ำของประเทศไทย และส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น







