สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) บูรณาการความร่วมมือกับกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ดำเนินปฏิบัติการเชิงรุกครั้งที่ 2 เพื่อตรวจคัดกรองสารเสพติดในปัสสาวะและตรวจสอบสัมภาระแรงงานไทยก่อนเดินทางไปทำงานต่างประเทศ พร้อมยกระดับมาตรฐาน “แรงงานไทยคุณภาพ” ให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล
การดำเนินงานครั้งนี้มีการตรวจคัดกรองแรงงานไทยที่มีกำหนดเดินทางไปทำงานในสาธารณรัฐเกาหลี ประเทศอิสราเอล และไต้หวัน รวมทั้งสิ้น 342 คน แบ่งเป็นแรงงานชาย 213 คน และแรงงานหญิง 129 คน โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะควบคู่กับการตรวจสอบสัมภาระ ผ่านความร่วมมือของชุดสุนัขตำรวจ K-9 สังกัดกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ
ผลการตรวจคัดกรองเบื้องต้นพบผู้มีผลตรวจสารเสพติดในปัสสาวะเป็นบวกจำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นแรงงานชายที่มีกำหนดเดินทางไปทำงานในประเทศอิสราเอลและไต้หวัน เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. จึงนำตัวเข้าสู่กระบวนการตรวจยืนยันผลอย่างละเอียด ณ ศูนย์บริการสาธารณสุข 4 ดินแดง
ผลการตรวจยืนยันพบแรงงาน 1 ราย มีสารเมทแอมเฟตามีน ในร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงสั่งระงับสิทธิ์การเดินทางไปทำงานต่างประเทศทันที พร้อมส่งตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามระบบของกระทรวงสาธารณสุข ณ โรงพยาบาลในพื้นที่ภูมิลำเนา
ขณะเดียวกัน ผลการตรวจสอบสัมภาระโดยชุดสุนัขตำรวจ K-9 ไม่พบการลักลอบซุกซ่อนยาเสพติดในสัมภาระของแรงงานแต่อย่างใด
ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. ย้ำให้แรงงานไทยทุกคนหลีกเลี่ยงและไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยเด็ดขาด เนื่องจากหากตรวจพบสารเสพติดก่อนการเดินทาง จะถูกระงับการเดินทางและสูญเสียโอกาสในการทำงานต่างประเทศทันที นอกจากนี้ หากลักลอบนำยาเสพติดออกนอกประเทศและถูกจับกุมในต่างประเทศ จะต้องได้รับโทษตามกฎหมายของประเทศปลายทาง ซึ่งหลายประเทศมีบทลงโทษรุนแรง และอาจส่งผลกระทบต่ออนาคต ตลอดจนสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของแรงงานไทยในเวทีระหว่างประเทศ








