นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ ประธานได้ขอให้สมาชิกรัฐสภายืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
จากนั้น ที่ประชุมได้พิจารณาความตกลงการค้าเสรีระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) ซึ่งคณะรัฐมนตรีเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงว่า ไทยได้ลงนามความตกลงดังกล่าวเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 โดยสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป หรือ EFTA ประกอบด้วย 4 ประเทศ ได้แก่ ไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์
สาระสำคัญของความตกลง คือ EFTA จะยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าประมงจากไทยมากกว่าร้อยละ 90 ขณะที่ไทยจะยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าจาก EFTA ร้อยละ 84 ซึ่งคาดว่าจะช่วยขยายตลาดส่งออกของไทย เพิ่มโอกาสทางการค้า ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระยะยาว
นอกจากนี้ ความตกลงดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนของประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น
ขณะที่สมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่เห็นถึงโอกาสในการขยายการค้าและการลงทุนจากความตกลงฉบับนี้ แต่ได้เสนอให้ภาครัฐเตรียมมาตรการรองรับและดูแลผู้ประกอบการ รวมถึงเกษตรกรที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถปรับตัวและได้รับประโยชน์จากความตกลงอย่างทั่วถึง





