นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีกลุ่มกรุงเทพฯบินได้ ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยื่นข้อเสนอให้ กกต. พิจารณาไม่ให้ข้าราชการสังกัดกรุงเทพมหานครทำหน้าที่เป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) โดยอ้างเหตุผลเรื่องความเป็นกลางทางการเมือง
กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเป็นอาสาสมัครที่ต้องมีคุณสมบัติสำคัญ คือ มีความเป็นกลางทางการเมืองและไม่เป็นผู้ช่วยหาเสียง โดยการปฏิบัติหน้าที่ของ กปน. อยู่ภายใต้การตรวจสอบของประชาชนในหน่วยเลือกตั้งตลอดเวลา แม้บุคคลจะมีสิทธิ์เลือกผู้สมัครตามความเชื่อทางการเมืองของตนเอง แต่เมื่อปฏิบัติหน้าที่แล้วต้องยึดหลักความเป็นกลางอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ กกต. เชื่อมั่นว่าข้าราชการทุกคนตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติงานอย่างสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม โดยไม่จำเป็นต้องมีการกำชับเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นหลักปฏิบัติพื้นฐานที่ต้องยึดถืออยู่แล้ว หากมีข้อร้องเรียนหรือพฤติการณ์ที่บ่งชี้ถึงความไม่เป็นกลาง กกต. ก็มีมาตรการตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
สำหรับกรณีที่มีการกล่าวอ้างเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นายแสวง ระบุว่า กกต. ได้ดำเนินมาตรการป้องกัน ป้องปราม และปราบปรามการทุจริตเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง โดยได้แต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง ชุดเคลื่อนที่เร็วจำนวน 50 ชุดในกรุงเทพมหานคร และอีก 2 ชุดในเมืองพัทยา รวมถึงพนักงานสืบสวนสอบสวนเพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สำนักงาน กกต. ยังไม่ได้รับรายงานหรือหลักฐานที่ยืนยันการกระทำความผิดเกี่ยวกับการซื้อสิทธิขายเสียงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่ขอความร่วมมือจากประชาชน ผู้สมัคร และทุกภาคส่วน ช่วยกันสอดส่องดูแลและแจ้งเบาะแสหากพบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายทุจริตเลือกตั้ง
การพิจารณาโทษทางการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นใบส้มหรือใบดำ สามารถดำเนินการได้ทุกช่วงเวลา หากมีพยานหลักฐานเพียงพอ โดย กกต. พร้อมดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาและเป็นธรรม เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างแท้จริง







