นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยพร้อมคณะหัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่รับฟังปัญหาการบุกรุกพื้นที่บริเวณหาดฟรีด้อม (freedom) อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เน้นย้ำให้ตรวจสอบทุกอย่างโดยละเอียด ทำให้ทุกการดำเนินงานถูกต้องตามกฎหมาย สิ่งใดถูกก็ว่าถูก สิ่งใดผิดก็ให้เป็นไปตามผิด โดยกำชับให้กระทรวงมหาดไทยพัฒนาทุกจุดของจังหวัดภูเก็ตให้มีความปลอดภัย เร่งดูแลความสงบเรียบร้อยปราบปรามผู้มีอิทธิพลและปัญหาในพื้นที่ หากที่ใดมีการข่มขู่ทางเจ้าหน้าที่จะได้เข้าตรวจสอบโดยด่วนเพื่อให้เกิดความถูกต้องชัดเจนและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดจนถึงที่สุด


นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า การลงพื้นที่มาดูสถานที่จริงที่หาดฟรีด้อม ของ 2 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เพราะต้องการเข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้น จากการที่มีชาวบ้านในพื้นที่เก็บค่าบริการเดินลงหาด และมีการปักร่มชายหาด พร้อมทั้งอ้างว่ามี นส.3 อยู่ในครอบครอง ซึ่งจากรายงานของหน่วยงานราชการในพื้นที่ ระบุว่าพื้นที่ตรงจุดนี้ เป็นพื้นที่ของทางราชการ มีการแบ่งว่าจุดไหนเป็นของกรมป่าไม้ และจุดไหนเป็นพื้นที่ สปก. และไม่มีการออก นส.3 โดยมอบหมายให้อธิบดีกรมที่ดินได้ดำเนินการตรวจสอบโดยละเอียดต่อไป
ทางด้านนายพลพีร์ กล่าวว่า “เราสัญญาว่าจะทำให้ภูเก็ตอยู่ได้ ด้วยคนภูเก็ตเอง” ต้องขอให้พี่น้องประชาชน ไม่ต้องกังวลว่าภาครัฐจะเข้ามายุ่งวุ่นวายต่อการดำเนินชีวิต เราแค่ช่วยให้การประกอบอาชีพของท่านถูกต้องตามกฏหมาย เรามาอำนวยความสะดวก ถ้าทุกอย่างดำเนินการถูกต้อง ไม่มีการเก็บส่วย หรือละเมิดกฎหมาย ภาครัฐก็พร้อมจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนภูเก็ตได้อยู่รอดปลอดภัย มีความสมบูรณ์พูนสุข
ด้านนายวรศิษฎ์ กล่าวว่า หลังจากนี้คณะทำงานจะทำการติดตามผลการดำเนินงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าพื้นที่หาดฟรีดอมและพื้นที่สาธารณะอื่น ๆ ในภูเก็ตจะได้รับการทวงคืนและจัดระเบียบอย่างยั่งยืน โดยเป้าหมายสูงสุดไม่ใช่แค่การบังคับใช้กฎหมาย แต่เป็นการควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้สามารถทำมาหากินได้อย่างเท่าเทียม ปลอดภัย และไร้การถูกเอารัดเอาเปรียบ ขณะเดียวกัน ทางกระทรวงมหาดไทยจะเดินหน้ากวาดล้างและปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพลหรือขบวนการเรียกรับผลประโยชน์อย่างเด็ดขาด เพื่อคืนความสงบเรียบร้อยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ทั้งพี่น้องประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง








