กรมอุตุฯ เฝ้าระวังเอลนีโญ หลังพบสัญญาณความรุนแรงในระดับสูง คาดเริ่มส่งผลกระทบต่อประเทศไทยต้นเดือนหน้า

นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีและโฆษกกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า จากข้อมูลการติดตามค่าดัชนีขององค์กรระดับนานาชาติอย่าง NOAA พบว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้มีแนวโน้มทวีความรุนแรงสูง โดยผลกระทบจะเริ่มเด่นชัดในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป และจะทวีความรุนแรงสูงสุดในช่วงปลายปี ก่อนจะเริ่มทยอยอ่อนกำลังลงในช่วงกลางปีหน้า แม้ในภาพรวม เอลนีโญจะทำให้เกิดสภาวะอากาศจมตัวและขัดขวางการก่อตัวของเมฆฝน แต่ประเทศไทยยังได้รับอิทธิพลความชื้นจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในฝั่งมหาสมุทรอินเดียเข้ามาช่วยลดทอนความรุนแรงได้ในบางพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันตก ภาคเหนือ และภาคใต้

อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปทางประเทศจีน ส่งผลให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับสภาวะ “ฝนทิ้งช่วง” อย่างชัดเจน โดยพื้นที่เสี่ยงที่อาจขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร ได้แก่ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน

สำหรับการบริหารจัดการน้ำในปัจจุบัน กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งนำน้ำต้นทุนที่สะสมไว้ตั้งแต่ต้นปีออกมาใช้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมทั้งคาดการณ์ว่า ในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม จะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยประมาณ 1-2 ลูก ซึ่งจะเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่ช่วยเติมเต็มอ่างเก็บน้ำและบรรเทาความรุนแรงจากสภาวะภัยแล้งได้

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ขอความร่วมมือประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยง ให้เตรียมพร้อมจัดหาแหล่งน้ำสำรองและวางแผนการเพาะปลูกอย่างรอบคอบ พร้อมเน้นย้ำให้ประชาชน “ตื่นรู้” ต่อสถานการณ์สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ไม่ควร “ตื่นตระหนก” เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันประเมินสถานการณ์และบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง