นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาน้ำประปาขุ่นและเกิดตะกอนเฉียบพลันในพื้นที่ตำบลบ้านฉางและตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ณ การประปาส่วนภูมิภาคสาขาบ้านฉาง พร้อมรับฟังปัญหาประชาชนในพื้นที่ โดยมีคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และหน่วยงานในพื้นที่ร่วมลงพื้นที่



นายเจเศรษฐ์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 5 ตำบลบ้านฉาง รวมถึงหมู่ที่ 3, 5, 6 และ 7 ตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ได้ร้องเรียน เรื่องได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับน้ำประปาขุ่นและมีสีดำเข้ม ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนประมาณ 2,000 รายนั้น ตนไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้สั่งการให้การประปาส่วนภูมิภาคเร่งตรวจสอบหาสาเหตุและดำเนินมาตรการแก้ไขในทันที โดยพบว่าสาเหตุหลักมาจากปัจจัยภายนอกซึ่งเกิดแรงสั่นสะเทือนหนักจากเครื่องจักรขนาดใหญ่ของโครงการขุดเจาะวางท่อระบายน้ำและระบบไฟฟ้าส่องสว่างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ใกล้กับสถานีผลิตน้ำ ประกอบกับมีความจำเป็นต้องทำการย้ายแนวท่อเมนประปาต้นทางเพื่อหลบการวางท่อระบายน้ำและรองรับโครงการปรับปรุงถนนบริเวณหมู่ที่ 3 ตำบลบ้านฉาง ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นทางจ่ายน้ำ ส่งผลให้ตะกอนภายในระบบท่อประปาฟุ้งกระจายและส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำชั่วคราว
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า “การประปาส่วนภูมิภาคสาขาบ้านฉาง ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการอย่างเคร่งครัดและเร่งด่วนที่สุด โดยดำเนินมาตรการฟื้นฟูคุณภาพน้ำเร่งด่วนใน 3 ด้านหลัก ด้านแรก คือ การระดมทีมช่างเข้าระบายตะกอนในเส้นท่อตลอดทั้งคืนรวมกว่า 50 จุด และดำเนินการซ้ำในพื้นที่เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีตะกอนตกค้างในระบบท่อส่งน้ำ ด้านที่ 2 คือการส่งทีมตรวจสอบคุณภาพน้ำลงพื้นที่เชิงรุกเพื่อตรวจเช็กและเก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจถึงหน้าบ้านประชาชน ทั้งในบริเวณสวนสุขภาพ ซอยโรงน้ำ สนามกีฬา หมู่บ้านสินทวีปาร์ค คลองทราย สวนตะกาด และพยูน เพื่อยืนยันคุณภาพน้ำที่สะอาดปลอดภัยและมีความโปร่งใส และด้านที่ 3 คือ การบรรเทาทุกข์ประสานงานเชิงรุกผ่านช่องทางสายด่วน PWA Contact Center 1662 และเบอร์โทรศัพท์สำนักงานตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงประสานงานรับแจ้งเหตุผ่านสื่อออนไลน์ พร้อมทั้งจัดตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วเพื่อเข้าแก้ไขปัญหาและจบงานในจุดเดียวเพื่อความสะดวกรวดเร็วของประชาชน”
นายเจเศรษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ไม่นิ่งนอนใจ และให้ดำเนินการตามแผนระบายตะกอนอย่างต่อเนื่องเพื่อความมั่นใจของประชาชนในระยะยาว พร้อมทั้งประสานงานร่วมกับผู้รับจ้างและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเป็นระบบเพื่อป้องกันไม่ให้การขุดเจาะหรือก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคอื่นๆ ส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใช้น้ำประปาอีกในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงน้ำประปาสะอาดในทุกพื้นที่และสามารถนำไปใช้อุปโภคบริโภคได้ตามปกติ








