บอร์ดสิ่งแวดล้อม อนุมัติ EIA 5 โครงการสำคัญ รถไฟฟ้าเชียงใหม่-สายสีลม ทางหลวง สุวรรณภูมิ

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายประเสริฐ ศิรินภาพร รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม เพื่อกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาที่สำคัญของภาครัฐและเอกชน จำนวน 5 โครงการ ได้แก่

1) โครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยายสายสีลม ตอนที่ 3 (บางหว้า–ตลิ่งชัน) 

2) โครงการทางหลวง 4 ช่องจราจร ทางเลี่ยงเมือง อ. ธาตุพนม 

3) โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สายสีแดง (โรงพยาบาลนครพิงค์–แยกแม่เหียะสมานสามัคคี

4)  โครงการทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรม อื่นๆ (ผลิตปูนขาว) ของบริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) จังหวัดสระบุรี 

5) โครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 และ 4 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมถึงโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารส่วนต่อขยายด้านทิศตะวันออก

โครงการดังกล่าว ครอบคลุมการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ การค้าชายแดน การบรรเทาปัญหาการจราจรในเขตเมืองและเมืองหลักของภูมิภาค ตลอดจนการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับการบินและการท่องเที่ยวระดับสากล ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณะและยกระดับความปลอดภัยของประชาชน

นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังได้เห็นชอบมาตรการเชิงรุก เพื่อยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและการจัดการของเสียของประเทศ โดยเฉพาะมาตรการยกระดับการควบคุม กำกับดูแล และติดตามตรวจสอบการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตราย รวมถึงมาตรการควบคุมการส่งออกและนำผ่านของเสียพลาสติกที่ไม่เป็นอันตรายประเภท Y48 เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้ามลพิษข้ามแดน ลดความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนและเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบบริหารจัดการของเสียของประเทศให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

ที่ประชุมยังเห็นชอบการกำหนดอัตราค่าบริการบำบัดสิ่งปฏิกูลของเทศบาลเมืองป่าตอง จังหวัดภูเก็ต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ รวมทั้งเห็นชอบผลการประเมินดัชนีสมรรถนะสิ่งแวดล้อมในบริบทของประเทศไทย (EPI Thailand) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตาม ประเมินผล และยกระดับการดำเนินงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างเป็นระบบ

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน มาตรการต่างๆ ที่ผ่านความเห็นชอบในครั้งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง