นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีผู้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย ในเขตอำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี เพื่อขยายผลการตรวจสอบเชิงรุก หลังจากนำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจย่านรามคำแหง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมลงพื้นที่ พร้อมบูรณาการกับสำนักงานจังหวัดอุดรธานี เทศบาลนครอุดรธานี ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี และสถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน และการคุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุก
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า จากการลงพื้นที่และรับฟังปัญหาที่ผ่านมา พบประเด็นที่ผู้เช่าจำนวนมากกังวลและอาจนำไปสู่ความไม่เป็นธรรม เช่น การคิดค่าน้ำค่าไฟสูงเกินจริงโดยไม่แสดงวิธีคำนวณที่ถูกต้อง การกำหนดเงื่อนไขริบเงินประกัน และการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายอื่นที่ไม่ชัดเจนในสัญญา ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวประชาชน โดยเฉพาะคนทำงาน นักศึกษา และผู้มีรายได้น้อย โดยเรื่องร้องเรียนที่เข้าสู่กระบวนการของ สคบ. ได้ช่วยเหลือจนยุติเรื่องแล้วกว่าครึ่ง และผู้บริโภคได้รับการเยียวยาแล้ว ขณะเดียวกัน สคบ. ยังต้องเดินหน้าทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่ตรวจสอบ สร้างความเข้าใจให้ผู้ประกอบธุรกิจและป้องกันปัญหาก่อนเกิดความเสียหายในวงกว้าง
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ท่านนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยประชาชน โดยเฉพาะคนทำงาน นักศึกษา และผู้มีรายได้น้อย เพราะค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟและเงินประกัน เป็นภาระสำคัญในแต่ละเดือน ดิฉันจึงขยายผลการตรวจจากกรุงเทพมหานครมาสู่จังหวัดอุดรธานี เพื่อให้ทั้งผู้ประกอบธุรกิจและผู้เช่าเข้าใจสิทธิ หน้าที่ และกฎหมายตรงกัน ผู้ประกอบธุรกิจที่ทำถูกต้องต้องได้รับความเป็นธรรม ส่วนรายที่เอาเปรียบผู้บริโภคต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย
นางสาวศุภมาส กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว โดยกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดทำสัญญาเช่าตามแบบสัญญามาตรฐาน มีข้อความชัดเจน เป็นภาษาไทย อ่านเข้าใจง่าย และต้องส่งมอบสัญญาให้ผู้เช่าเก็บไว้เป็นหลักฐาน ค่าน้ำและค่าไฟต้องเรียกเก็บไม่เกินอัตราที่ผู้ให้บริการไฟฟ้าและน้ำประปาเรียกเก็บจากผู้ประกอบธุรกิจ พร้อมระบุวิธีคำนวณไว้ในสัญญาอย่างชัดเจน ห้ามเรียกเก็บค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันรวมกันเกิน 3 เดือนของค่าเช่ารายเดือน และเมื่อตรวจสอบไม่พบว่าผู้เช่าทำทรัพย์สินเสียหาย ต้องคืนเงินประกันภายใน 7 วันนับแต่วันที่สัญญาสิ้นสุด กรณีไม่ส่งมอบสัญญา หรือไม่ส่งมอบสัญญาที่มีข้อสัญญาหรือแบบที่ถูกต้อง มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นางสาวศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนควรเข้าใจความแตกต่างระหว่างอะพาร์ตเมนต์กับคอนโดมิเนียม เพราะมีผลต่อฐานการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย อะพาร์ตเมนต์มีเจ้าของหรือผู้ประกอบธุรกิจให้เช่าเป็นรายเดียว เมื่อเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย จึงอยู่ภายใต้ประกาศควบคุมสัญญาของ สคบ. ส่วนคอนโดมิเนียมเป็นอาคารชุดที่มีเจ้าของร่วม และมีนิติบุคคลอาคารชุดดูแลทรัพย์ส่วนกลาง จึงเป็นคนละกรณีกัน สำหรับค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าจอดรถ ค่าเก็บขยะ หรือค่าบริการส่วนกลาง หากผู้ประกอบธุรกิจจะเรียกเก็บ ต้องระบุไว้ในสัญญาให้ชัดเจน ไม่กำกวม ไม่ซ้ำซ้อนและต้องไม่เป็นข้อสัญญาที่เอาเปรียบผู้บริโภค
นางสาวศุภมาส สั่งการให้ สคบ. เดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพมหานครหรืออุดรธานี แต่จะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศ ผู้เช่าทุกคนต้องได้รับความเป็นธรรม ต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟตามจริง ต้องได้รับเงินประกันคืนตามสิทธิและต้องไม่ถูกผูกมัดด้วยสัญญาที่เอาเปรียบ ขอฝากถึงผู้เช่าทุกคนว่า ก่อนตกลงเช่าอาคาร ห้องพัก หรืออะพาร์ตเมนต์ ควรตรวจสัญญา วิธีคิดค่าน้ำค่าไฟ เงื่อนไขเกี่ยวกับเงินประกัน และค่าใช้จ่ายอื่นให้ชัดเจน พร้อมเก็บสัญญา บิล และใบเสร็จไว้เป็นหลักฐาน หากพบการเอาเปรียบหรือเงื่อนไขไม่เป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ของ สคบ. หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด








