“เอกนิติ” ระบุ รัฐบาลจะนำทั้งปัจจัยบวกและลบจากการที่ IMD จัดอันดับไทยดีขึ้นมาปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บอกถึงกรณีสถาบัน IMD ได้จัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทยมีอันดับดีขึ้น 4 อันดับ จากอันดับที่ 30 ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 26 จากกว่า 70 เขตเศรษฐกิจ ซึ่งผลการจัดอันดับล่าสุดนี้ มีทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบ ที่รัฐบาลจะนำมาพิจารณาและหาทางปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น สำหรับปัจจัยลบคือ โครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทยพึ่งพาพลังงานมาก เพราะเรานำเข้าน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติสูงมาก เกือบ 10% ของ GDP รวมถึงเรื่องประสิทธิภาพของแรงงาน เรื่องสกิลของแรงงาน เราถึงเน้นเรื่องทักษะต่างๆ ต้องพยายามพัฒนาทักษะคนตัวเล็ก รวมทั้งพัฒนาทักษะที่โครงการ BOI ทำโครงการเชื่อมโยงทักษะระหว่างความต้องการทักษะสมัยใหม่ ที่เรียกว่าโครงการ Skill Bridge เรื่องสุดท้ายคือ โครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสาธารณสุข เรื่อง Healthcare ต่างๆ ผ่านการขับเคลื่อนผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐ และเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีการประชุมนัดแรกในวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย.69 ทั้งนี้ กรอ. จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศไทยในระยะยาว โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีการจัดเตรียมวาระการประชุมให้สอดคล้องกับสิ่งที่ทั้งสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Moody’s และ สถาบัน IMD ให้ความสนใจคือ ทิศทางการขับเคลื่อนประเทศไทยในระยะยาว

สำหรับแนวทางการทำงานของ กรอ. ชุดนี้ จะมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างพื้นฐานในหลายด้าน ทั้งด้านพลังงานซึ่งประเทศไทยยังพึ่งพาอยู่มาก ด้านเทคโนโลยีด้านกำลังคนและแรงงาน และด้านการแก้ไขกฎระเบียบ โดยยกตัวอย่างความสำเร็จของโครงการ Thailand Fast Pass ที่พิสูจน์แล้วว่าการแก้ไขปัญหาด้านกฎระเบียบสามารถช่วยส่งเสริมการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในวันอังคารที่ 23 มิ.ย.69 จะมีการเปิดตัวโครงการ Thailand Fast Pass อย่างเป็นทางการ เพื่อแสดงศักยภาพของประเทศไทยให้เห็นเป็นรูปธรรมด้วยทั้งนี้ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตที่ระดับ 2%

ขณะที่เสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลจะช่วยสนับสนุนความต่อเนื่องของการดำเนินนโยบายและเอื้อต่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ รวมถึงการลงทุนตามยุทธศาสตร์ระยะยาวของประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง