นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมาย และผลการดำเนินงานของช่องทางรับแจ้งเบาะแส รวมถึงการให้คำปรึกษาด้านกัญชาทางการแพทย์ ของรัฐบาล โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา เพื่อมุ่งควบคุมการใช้กัญชาให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ และสร้างความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชนและเยาวชน เพื่อควบคุมการใช้กัญชาทางการแพทย์ให้เป็นไปตามกฎหมายและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
ผลการดำเนินงานสำคัญแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ประกอบด้วย ศูนย์ประสานงานและให้ข้อมูลกัญชาทางการแพทย์ (Call Center) ซึ่งระหว่างวันที่ 1 – 31 พฤษภาคม 2569 มีประชาชนโทรเข้ามาใช้บริการรวม 209 สาย เจ้าหน้าที่สามารถรับสายและให้คำปรึกษาได้ทันที 187 สาย โดยประเด็นหลักที่สอบถามส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการอบรมและสติกเกอร์ใบอนุญาต ทั้งนี้ ประชาชนมีความพึงพอใจต่อการให้บริการสูงถึง 93.26% พร้อมกันนี้ ยังมีการรับข้อร้องเรียนเพื่อส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการเชิงรุกเพิ่มเติมด้วย
ขณะที่ระบบแจ้งเบาะแสและร้องเรียนผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue ซึ่งเปิดให้แจ้งเหตุได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 12 มิถุนายน 2569 มีประชาชนร่วมส่งเบาะแสการกระทำผิดเข้ามาแล้วรวม 73 เรื่อง ซึ่งปัจจุบันเจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไขเสร็จสิ้นแล้ว 5 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 5 เรื่อง
นอกจากนี้ ได้บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการส่งพนักงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการกัญชาเชิงรุกแล้วมากกว่า 1,247 ร้านทั่วประเทศพร้อมดำเนินมาตรการทางกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจับกุมผู้กระทำผิด การพักใช้ใบอนุญาต รวมถึงการตรวจยึดและ อายัดของต้องสงสัยจำนวนมาก
นางสาวพลอยทะเล กล่าว “นโยบายหลักของรัฐบาลคือการสนับสนุนกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และเศรษฐกิจสุขภาพเท่านั้น โดยปฏิเสธแนวทางกัญชาเสรีเพื่อการสันทนาการอย่างสิ้นเชิง รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนสามารถร่วมเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสร้านผิดกฎหมายผ่าน Line @traffyfondue ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบพิกัดและใบอนุญาตผ่านระบบ MC-GIS ทางเว็บไซต์ cannabis-gis.dtam.moph.go.th หรือผ่าน Super App “หมอพร้อม” ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ทั้งร้านค้า แปลงปลูก และวันหมดอายุใบอนุญาต รวมถึงสามารถขอคำปรึกษาผ่านสายด่วนศูนย์ประสานงานกัญชาทางการแพทย์ โทร. 0 2257 7042 ในวันและเวลาราชการ”








