พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลปฏิบัติการ “ทลายร้านแบรนด์เนมมหาภัย” หลังจับกุมคู่สามีภรรยาเจ้าของร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมออนไลน์ชื่อ “Etc_stores” ซึ่งถูกกล่าวหาว่าหลอกลวงประชาชนให้ฝากขายสินค้าและร่วมลงทุน จนสร้างความเสียหายรวมไม่น้อยกว่า 133 ล้านบาท
การสืบสวนเริ่มจากผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ต่อกองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 โดยพบว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์สร้างความน่าเชื่อถือผ่านการซื้อขายสินค้าแบรนด์เนมจริงในช่วงแรก ก่อนชักชวนให้ผู้เสียหายนำสินค้าแบรนด์เนมมาฝากขาย หรือร่วมลงทุนซื้อสินค้าตามคำสั่งซื้อที่อ้างว่ามีลูกค้ารอรับอยู่แล้ว ก่อนจะบ่ายเบี่ยงไม่คืนสินค้าและไม่คืนเงิน
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าผู้ต้องหานำเงินจากผู้เสียหายรายใหม่ไปชำระหนี้หรือจ่ายผลตอบแทนให้ผู้เสียหายรายเก่า เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและรักษาสภาพคล่องทางการเงิน มีลักษณะคล้ายการดำเนินการแบบแชร์ลูกโซ่ (Ponzi Scheme) อีกทั้งยังนำทรัพย์สินของผู้เสียหายไปขายต่อหรือจำนำ พร้อมมีการถ่ายเทเงินผ่านหลายบัญชีธนาคารอย่างรวดเร็ว
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติหมายจับและหมายค้นจากศาล ก่อนเข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 และจับกุม นายภุชงค์ หรือ “ปอง” อายุ 38 ปี และ น.ส.สุณัฐญา หรือ “แนท” อายุ 43 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ ร่วมกันยักยอกทรัพย์ ร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และร่วมกันฟอกเงิน พร้อมตรวจยึดคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไว้เป็นพยานหลักฐาน
เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่ายังมีหมายจับในคดีลักษณะเดียวกันอีกคนละ 2 หมายจับ รวมเป็นคนละ 3 หมายจับ และยังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากอยู่ระหว่างเข้าแจ้งความ
ตำรวจไซเบอร์ยืนยันว่าจะเดินหน้าขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน ติดตามทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกรมศุลกากร เพื่อตรวจสอบการนำเข้าสินค้าแบรนด์เนมที่อาจหลีกเลี่ยงภาษี พร้อมดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย และเร่งคืนทรัพย์สินให้แก่ผู้เสียหายต่อไป








