กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยกระดับมาตรการควบคุมคุณภาพทุเรียนภาคใต้เพื่อการส่งออก โดยมอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรดำเนิน “มาตรการกรอง 4 ชั้น PLUS” เพื่อป้องกันปัญหาหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ซึ่งเป็นศัตรูพืชกักกัน และสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของไทย
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพและมาตรฐานทุเรียนไทยอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้ประเทศมากกว่า 150,000 ล้านบาทต่อปี การควบคุมคุณภาพและป้องกันศัตรูพืชกักกันจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาตลาดส่งออกและรายได้ของเกษตรกร


ด้านนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ระบุว่า มาตรการใหม่กำหนดระบบบริหารจัดการพื้นที่เสี่ยง แบ่งพื้นที่เป็นสีแดง สีเหลือง และสีเขียว พร้อมเฝ้าระวังเชิงรุก ใช้กับดักแสงไฟในพื้นที่เสี่ยง และกำหนดระยะเวลากักรอและคัดกรองตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างชัดเจน โดยเกษตรกรต้องสำรวจสวนก่อนเก็บเกี่ยวอย่างน้อย 7 วัน และกักรอผลผลิตหลังตัดไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ขณะที่โรงคัดบรรจุต้องกักรอและคัดกรองเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 72 ชั่วโมง ทำให้ทุเรียนทุกล็อตต้องผ่านการกักรอและคัดกรองรวมไม่น้อยกว่า 96 ชั่วโมงก่อนส่งออก
นอกจากนี้ หากประเทศปลายทางตรวจพบหนอนเจาะเมล็ดหรือความผิดปกติ กรมวิชาการเกษตรจะดำเนินการสอบสวนย้อนกลับภายใน 24 ชั่วโมง พร้อมระงับการรับรองสวน โรงคัดบรรจุ หรือสินค้าล็อตที่เกี่ยวข้องเป็นการชั่วคราว และยกระดับการเฝ้าระวังในฤดูกาลถัดไป
ข้อมูลล่าสุด ไทยส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีนแล้ว 50,783 ชิปเมนต์ ปริมาณ 824,831.70 ตัน มูลค่า 94,729.41 ล้านบาท โดยทุเรียนจากภาคใต้มีสัดส่วน 8,699 ชิปเมนต์ ปริมาณ 141,753.96 ตัน มูลค่า 15,863.29 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันการส่งออกทุเรียนไทยให้บรรลุเป้าหมายมูลค่ามากกว่า 150,000 ล้านบาทในปี 2569








