รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาระบบบริการสุขภาพดิจิทัล ยกระดับการเข้าถึงบริการด้านยาและคำปรึกษาจากเภสัชกร ผ่านระบบเภสัชกรรมทางไกล (Telepharmacy) ภายใต้มาตรฐานด้านความปลอดภัยและการตรวจสอบที่ครบถ้วน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการรับบริการด้านสุขภาพแก่ประชาชน
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ อุปกรณ์ และวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 เพื่อรองรับการให้บริการ Telepharmacy ของร้านขายยาแผนปัจจุบัน (ขย.1) โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2569 เป็นต้นมา
บริการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และผู้ที่มีข้อจำกัดในการเดินทาง สามารถเข้าถึงคำปรึกษาและบริการด้านยาจากเภสัชกรได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับร้านขายยาไทยสู่การให้บริการในรูปแบบดิจิทัลที่มีมาตรฐาน สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัลของประเทศ
ปัจจุบัน อย. ได้รับรองโปรแกรมประยุกต์สำหรับให้บริการ Telepharmacy จำนวน 7 แพลตฟอร์ม ซึ่งผ่านการพิจารณาจากคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งด้านกฎหมาย ความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการกำกับดูแลตามกฎหมาย ได้แก่ Telehealth Thailand, PharmCare Telepharmacy, AskMacy by Fascino, ALL PharmaSee, ร้านยากรุงเทพ, Shopee และ LINE MAN
รัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้าพัฒนาระบบบริการสุขภาพดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและบริการด้านยาได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น








