สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง ห้ามบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2569 โดยปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน หลังประเมินร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง
จากการติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พบว่าสถานการณ์โดยรวมมีแนวโน้มคลี่คลาย จึงผ่อนคลายมาตรการในหลายพื้นที่ เพื่อให้ประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานต่าง ๆ สามารถใช้อากาศยานไร้คนขับเพื่อการประกอบอาชีพและดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ได้ใกล้เคียงภาวะปกติ ขณะเดียวกันยังคงมาตรการควบคุมในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวด้านความมั่นคง

ภายใต้ประกาศฉบับใหม่ ผู้ปฏิบัติการบินโดรนที่ขึ้นทะเบียนและได้รับอนุญาตตามกฎหมาย สามารถบินได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้นบางอำเภอใน 7 จังหวัดชายแดน ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด ซึ่งยังคงมีข้อจำกัดด้านการบินเพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของประเทศ
อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยสามารถพิจารณาอนุญาตให้บินในพื้นที่ควบคุมได้เป็นกรณีพิเศษ เช่น การบินเพื่อการเกษตร การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรณีเร่งด่วนเพื่อป้องกันความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน หรือภารกิจของหน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ผู้ประสงค์จะใช้งานโดรนต้องปฏิบัติตามกฎหมายและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ทั้งการขึ้นทะเบียนผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยาน การขึ้นทะเบียนตัวอากาศยาน การจัดทำประกันภัยภาคบังคับ และการขออนุญาตปฏิบัติการบินผ่านระบบ UAS Portal ก่อนดำเนินการบินทุกครั้ง โดย CAAT จะติดตามและประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การกำกับดูแลมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์








