นายนรินทร์ กัลยาณมิตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิดตัวรูปแบบบริการเชิงรุกแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One-Stop Service) ภายใต้แนวคิด “Test and Treat” สำหรับการเข้าถึงบริการตรวจคัดกรอง และรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซีในกลุ่มผู้ขับขี่รถสาธารณะและผู้ใช้แรงงาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพ ลดการหลุดจากระบบบริการ และสนับสนุนเป้าหมายการกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบซีของประเทศไทย ที่จัดโดยสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
นายนรินทร์ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริการสุขภาพเชิงรุกที่เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะกลุ่มประชาชนที่มีข้อจำกัดด้านเวลา การเดินทาง และการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ การดำเนินงานในครั้งนี้ถือเป็นภาพสะท้อนของการมุ่งพัฒนาระบบบริการสุขภาพแบบครบวงจรที่ช่วยลดขั้นตอน ลดระยะเวลาการรอคอย เพิ่มโอกาสให้ประชาชนตรวจพบโรคได้เร็ว เข้าถึงการรักษาได้เร็ว และลดการแพร่กระจายของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การพัฒนารูปแบบ One-Stop Service ภายใต้แนวคิด Test and Treat ยังเป็นต้นแบบสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคสาธารณสุข ภาคขนส่ง ภาคแรงงาน และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ในการนำบริการสุขภาพไปสู่ประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาระบบบริการเชิงรุก ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสนับสนุนการลดปัญหาโรคไวรัสตับอักเสบซีของประเทศในระยะยาว
ในส่วนของโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี ด้านนายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคไวรัสตับอักเสบบีและซี ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่ท้าทาย แม้ว่าปัจจุบันโรคไวรัสตับอักเสบซีจะสามารถรักษาให้หายขาดได้มากกว่าร้อยละ 95 แต่ยังมีผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่งที่ไม่ทราบสถานะการติดเชื้อ หรือหลุดออกจากระบบบริการระหว่างการคัดกรอง การตรวจยืนยัน และการเข้าสู่การรักษา
จากการคัดกรองเชิงรุกโรคไวรัสตับอักเสบซีในพื้นที่เขตเมือง ระหว่างเดือนตุลาคม 2568 ถึงเดือนเมษายน 2569 ในกลุ่มผู้ขับขี่รถสาธารณะ ผู้ใช้แรงงาน และประชาชนจำนวน 4,750 คน พบผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี จำนวน 45 คน และพบผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี จำนวน 35 คน ซึ่งแม้จะมีการส่งต่อเข้าสู่ระบบการรักษาตามสิทธิประโยชน์แล้ว แต่ยังพบข้อจำกัดด้านเวลาในการทำงาน รายได้รายวัน และค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ส่งผลให้ผู้ป่วยบางส่วนหลุดจากระบบบริการ สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง จึงได้พัฒนารูปแบบบริการเชิงรุกแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ หรือ One-Stop Service ภายใต้แนวคิด Test and Treat โดยบูรณาการการให้บริการเชิงรุกในพื้นที่ร่วมกับเทคโนโลยี Point-of-Care Testing ระบบ Telemedicine เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงบริการได้ภายในจุดเดียว ตั้งแต่การตรวจคัดกรอง การตรวจยืนยัน การประเมินสภาพตับ การปรึกษาแพทย์ และการเข้าสู่การรักษา ทำให้ลดการหลุดจากระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นการสนับสนุนการกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบซีตามเป้าหมายขององค์การอนามัยโลก และพัฒนาต้นแบบบริการที่สามารถขยายผลสู่พื้นที่อื่นได้ในอนาคต
กรมควบคุมโรค จึงขอเชิญชวนประชาชน โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถสาธารณะ ผู้ใช้แรงงาน และผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เข้ารับการตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบซี เพราะโรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากตรวจพบและเข้าสู่การรักษาอย่างรวดเร็ว ภายใต้แนวคิด “ตรวจเร็ว รู้ผลเร็ว รักษาเร็ว จบในจุดเดียว” เพื่อสุขภาพตับที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
นอกจากนี้ รัฐบาลได้เดินหน้าพัฒนาระบบบริการสุขภาพดิจิทัลของประเทศ ยกระดับการบริการให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาล และเข้าถึงคำปรึกษาและบริการด้านยาจากเภสัชกรผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลที่สะดวกยิ่งขึ้น ภายใต้ระบบที่มีมาตรฐาน ความปลอดภัย และสามารถตรวจสอบได้ตลอดกระบวนการ โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ อุปกรณ์ และวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 เพื่อรองรับการให้บริการเภสัชกรรมทางไกล (Telepharmacy) ของร้านขายยาแผนปัจจุบัน (ขย.1) ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญของการผลักดัน Telepharmacy ช่วยเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงบริการด้านยา โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หรือผู้ที่มีข้อจำกัดในการเดินทาง ให้สามารถรับคำปรึกษาจากเภสัชกรได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังช่วยยกระดับร้านขายยาไทยให้ก้าวสู่การให้บริการในรูปแบบดิจิทัลที่มีมาตรฐาน สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัลของประเทศ
ทั้งนี้ ปัจจุบัน อย. ได้ประกาศรับรองโปรแกรมประยุกต์ที่สามารถให้บริการ Telepharmacy ได้ จำนวน 7 แพลตฟอร์ม ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิอย่างรอบด้าน ทั้งด้านกฎหมาย ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการกำกับดูแลตามกฎหมาย ประกอบด้วย 1. Telehealth Thailand โดย สภาเภสัชกรรม 2. PharmCare Telepharmacy โดย บริษัท ฟาร์มแคร์ กรุ๊ป จํากัด 3. AskMacy by Fascino โดย บริษัท โปรฟาสซิโน จํากัด 4. ALL PharmaSee โดย บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน) 5. ร้านยากรุงเทพ โดย บริษัท กรุงเทพดรักสโตร์ จํากัด 6. Shopee โดย บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จํากัด 7. LINE MAN โดย บริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จํากัด








