แก้ปัญหาการทับซ้อนของที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน บังคับใช้กฎหมายเข้มข้น คดีถึงที่สุดแล้วรื้อถอนภายใน 15 วัน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน จังหวัดนครราชสีมาและปราจีนบุรี เพื่อชี้แจงแนวทางการแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนตามแผนที่ One Map และรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่จริง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง โปร่งใส สร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และการคุ้มครองสิทธิของชุมชนดั้งเดิมอย่างเป็นธรรม​ โดยมีนายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ร่วมกันชี้แจงแนวทางการดำเนินการ “ตั้งคณะกรรมการสอบพิสูจน์สิทธิ์” และข้อกฎหมายตามมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างชัดเจน พร้อมแสดงแผนที่พื้นที่ทับซ้อน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัญหาที่ดินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานสะสมมายาวนานกว่า 40 ปี ที่ผ่านมามีความพยายามจากหลายรัฐบาลแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากติดขัดข้อสงสัยจากหน่วยงานอิสระและภาคอนุรักษ์ (NGO) โดยได้ออกคำสั่งบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดด้วยการให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลานรื้อถอนรีสอร์ท หรือโรงแรมขนาดใหญ่ที่บุกรุกป่าภายใน 15 วัน หากไม่ดำเนินการจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่กว่า 200 นายเข้าทำการรื้อถอนทันที ซึ่งวันนี้ (28 มิ.ย.69) ได้นำหนังสือแจ้งเตือนให้ผู้ครอบครองโรงแรมรีสอร์ทที่คดีถึงที่สุดแล้วดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน แล้ว 3 แห่งในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา จากนั้นจะเริ่มต้นรื้อถอนโรงแรมหรือรีสอร์ททุกรายที่มีคดีความ เพื่อนำที่ดินคืนมาให้อุทยานแห่งชาติฟื้นฟูป่าต่อไป พร้อมยืนยันประชาชนที่อยู่อาศัยจริงจะได้รับสิทธิครอบครองที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่มีการตัดผืนป่าธรรมชาติอย่างแน่นอน​ ทั้งนี้ การปรับปรุงแนวเขตครั้งนี้ไม่ใช่การเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานทั้งหมด แต่เป็นการแก้ปัญหาที่ดินทำกินของชุมชนดั้งเดิมและระบบสาธารณูปโภค ควบคู่กับการเตรียมประกาศพื้นที่เพิ่มเติมเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ส่วนคดีบุกรุกป่าที่อยู่ในกระบวนการศาลจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ และต้องดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด​ สิ่งสำคัญมติของคณะกรรมการอุทยานฯ เป็นมติเอกฉันท์ ไม่ว่าที่ดินจะถูกเปลี่ยนผ่านไปเป็น ส.ป.ก. หรืออยู่ภายใต้มาตรา 64 ยังคงเป็นที่ดินของรัฐ จึงไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนแน่นอน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ย้ำว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะนำข้อเสนอแนะและข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ได้จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ ร่วมกับ สคทช. นำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ตามข้อเสนอที่ปรับปรุงใหม่ รวมถึงการกำหนดแนวกันชน (Buffer Zone) เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศในระยะยาว โดยกรมอุทยานฯจะมุ่งมั่นแก้ปัญหาที่ยึดมั่นความถูกต้องทางกฎหมาย เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ประชาชน ควบคู่กับการรักษาผืนป่าสมบูรณ์ไว้เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง