“ประธานวิปรัฐบาล” รับงบปี 70 เป็นงบฯ ‘ปรุงจืด’ ไร้สีสันการเมือง แต่เน้นความโปร่งใสและข้อมูลที่จับต้องได้เป็นครั้งแรก

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล อภิปรายสรุปภาพรวมร่างพระราชบัญญัติรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในวาระแรกโดยยอมรับว่า งบประมาณฉบับนี้เป็นแบบ “ปรุงจืด” เนื่องจากไม่มีสีสันหรือวาทกรรมทางการเมืองที่เผ็ดร้อน แต่เน้นการนำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน พร้อมชื่นชมสำนักงบประมาณและรัฐบาล ที่เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ซึ่งเป็นสิ่งที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเรียกร้องมาหลายปี

ในประเด็นสถานการณ์การจัดทำงบประมาณ นายกรวีร์ชี้แจงว่า รัฐบาลไม่ได้อยู่ในสภาวะปกติเนื่องจากเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งวิกฤตความมั่นคง ภัยพิบัติ เศรษฐกิจโลกผันผวน และผลกระทบจากสงคราม ส่งผลให้รัฐบาลต้องวางโจทย์การจัดสรรงบประมาณใหม่แบบ “Zero-based budgeting” หรือการจัดทำงบประมาณจากฐานศูนย์ เพื่อมุ่งเน้นความจำเป็น ลดความซ้ำซ้อน และมุ่งเป้าสู่ความคุ้มค่า โดยมุ่งเน้นการสร้างวินัยทางการเงินการคลัง​ สำหรับตัวเลขงบประมาณ รัฐบาลตั้งเป้าหมายลดการขาดดุลต่อเนื่องจาก 4.4% ของ GDP ในปีที่ผ่านมา ให้เหลือ 3.9% ของ GDP ในปี 2569 และจะลดลงเรื่อยๆ จนต่ำกว่า 600,000 ล้านบาทในปี 2572 ซึ่งถือเป็นสัญญาณการฟื้นฟูเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ

ในส่วนของรายจ่ายประจำที่มีสัดส่วนสูงถึง 73% หรือ 2.78 ล้านล้านบาท และงบลงทุนที่ลดลง 72,000 ล้านบาทนั้น นายกรวีร์ระบุว่าเป็นตัวเลขที่สะท้อนความจริงของประเทศที่สะสมมานานหลายสิบปี รัฐบาลชุดนี้เลือกที่จะยอมรับความจริงและจัดการปัญหาแทนการซุกไว้ใต้พรม โดยมีการปรับลดงบลงทุนในกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นการปรับลดหน่วยงานสังกัดพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อแสดงให้เห็นว่าการจัดทำงบประมาณครั้งนี้ไม่ได้ยึดผลประโยชน์ของพรรคการเมือง แต่ยึดตามความจำเป็นของประเทศ

รัฐบาลยังมีแผนใช้แหล่งเงินทุนอื่นนอกเหนือจากงบประมาณ เช่น กองทุนรัฐวิสาหกิจ และการร่วมลงทุนแบบ PPP เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ภาคเอกชนและประชาชนเข้ามาลงทุนร่วมกันแทนการที่ภาครัฐจะเป็นผู้ลงทุนหลักเพียงฝ่ายเดียว 

ส่วนกรณีงบกลางที่เพิ่มสูงขึ้นเกือบ 690,000 ล้านบาทนั้น นายกรวีร์อธิบายว่าเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินบำเหน็จบำนาญและเงินชดเชยข้าราชการ ซึ่งเป็นภาระผูกพันจริงที่รัฐบาลต้องนำมาวางบนโต๊ะเพื่อแก้ไขอย่างตรงไปตรงมา

ก่อนปิดการอภิปราย นายกรวีร์ได้ฝากประเด็นถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ให้ตรวจสอบงบประมาณอย่างเข้มข้น ตัดรายการที่ไม่จำเป็น เพื่อให้งบประมาณส่งถึงมือประชาชนให้มากที่สุด และสรุปประเด็นคำถามที่ว่า “งบไทยช่วยใคร” โดยยืนยันว่า งบประมาณฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือคนตัวเล็กตัวน้อย ผู้สูงอายุ คนหนุ่มสาว ผู้ประกอบการรายย่อย และการฟื้นฟูวินัยทางการคลัง เพื่อวางรากฐานให้กับประเทศในอนาคต จึงถือเป็นงบประมาณที่ “ไทยช่วยไทย” อย่างแท้จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง