กรมการค้าต่างประเทศจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อติดตามและประเมินผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญต่อภาคการเกษตรอย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยยังมีศักยภาพในการผลิตสินค้าเกษตรเพียงพอ และมั่นใจว่าการส่งออกข้าวในปี 2569 จะบรรลุเป้าหมาย 7 ล้านตัน
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า แม้ปรากฏการณ์เอลนีโญอาจส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นและกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันในบางด้าน แต่ประเทศไทยยังมีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรและไม่เผชิญภาวะผลผลิตขาดแคลน
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลให้หลายประเทศเร่งสำรองอาหารเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการส่งออกข้าวไทย โดยปัจจุบันไทยส่งออกข้าวแล้ว 2.79 ล้านตัน และราคาข้าวขาว 5% ปรับตัวอยู่ที่ประมาณ 497 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ส่งผลให้กรมการค้าต่างประเทศยังคงมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันการส่งออกข้าวได้ตามเป้าหมายที่กำหนด
นอกจากนี้ กรมการค้าต่างประเทศยังเตรียมเดินหน้าการค้าข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) กับประเทศจีน พร้อมผลักดันการเปิดด่านแม่สอด เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำเข้าสินค้าเกษตรสำหรับแปรรูปเป็นวัตถุดิบ ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นมูลค่าการค้าชายแดนให้ขยายตัวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี
ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษามาตรฐานคุณภาพสินค้าและบริหารจัดการด้านราคาอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้คู่ค้าและรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก








