กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ลงพื้นที่ตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงจำนวน 2 ราย ภายในศูนย์การค้าไอที สแควร์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร หลังได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความผิดปกติของเส้นทางการเงิน เพื่อขยายผลตรวจสอบกรณีการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) หรือการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า การตรวจสอบนิติบุคคลรายแรก ซึ่งดำเนินธุรกิจให้บริการด้านกฎหมาย บัญชี ภาษี และจดทะเบียนบริษัท พบว่ามีผู้ถือหุ้นคนไทยร้อยละ 60 และผู้ถือหุ้นชาวจีนร้อยละ 40 โดยเจ้าหน้าที่พบข้อสงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือหุ้นชาวไทยและชาวจีนที่อ้างว่าเป็นสามีภรรยาแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส รวมถึงตรวจสอบอำนาจการบริหารกิจการ รูปแบบการรับชำระค่าบริการ และเส้นทางการเงินเพิ่มเติม
ส่วนนิติบุคคลรายที่ 2 ซึ่งประกอบธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการศึกษา มีผู้ถือหุ้นคนไทยร้อยละ 51 และชาวจีนร้อยละ 49 จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อมูลว่าผู้ถือหุ้นชาวจีนเป็นผู้บริหารและสั่งการดำเนินธุรกิจ มีการติดต่อกับลูกค้าผ่านแอปพลิเคชัน WeChat และรับชำระค่าบริการบางส่วนผ่านบัญชีของชาวจีน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นนอมินีหรือมีพฤติการณ์หลีกเลี่ยงกฎหมายหรือไม่
ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เรียกกรรมการและผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลทั้ง 2 ราย เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมให้นำส่งเอกสารเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินลงทุนและรายละเอียดการดำเนินธุรกิจ หากตรวจพบพยานหลักฐานเพียงพอว่ามีการกระทำความผิด จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการประกอบธุรกิจและป้องกันการหลีกเลี่ยงกฎหมายของผู้ประกอบธุรกิจต่างด้าว








