นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต ที่ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. พระนครศรีอยุธยา จำกัด อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดำเนินการโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กระทรวงการคลัง โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วม
นายกรัฐมนตรี กล่าวทักทายประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างเป็นกันเอง โดยได้กล่าวเปิดโครงการว่า รัฐบาลได้นำโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิตมามอบให้เกษตรกร ซึ่งรัฐบาลจะช่วยรับภาระดอกเบี้ยครึ่งหนึ่ง เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มสภาพคล่อง และเปิดโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงเงินทุนสำหรับซื้อปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ โครงการนี้ไม่ใช่เพียงการให้กู้เงิน แต่สร้างโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ มีเงินไปซื้อปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพและสามารถลดต้นทุนได้อย่างแท้จริง โดยจะมีการให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้เข้าอบรมพัฒนาทักษะ เพื่อเสริมความรู้ด้านการบริหารจัดการต้นทุน และการใช้ปัจจัยการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุน ติดตาม และส่งเสริมความร่วมมือในการยกระดับภาคการเกษตร ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาผลผลิต อาทิ การส่งเสริมการเลือกใช้ปุ๋ยให้เหมาะกับสภาพดิน การใช้เทคโนโลยีช่วยวางแผนการเพาะปลูกและบริหารต้นทุน การใช้โดรนในการเพาะปลูก การเลือกใช้พันธุ์พืชที่ให้ผลผลิตสูงและทนต่อสภาพอากาศ มาตรการเหล่านี้จะช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุน เพื่อเพิ่มรายได้ในวันหน้า เพราะเป้าหมายของรัฐบาลต้องการให้มีรายได้เพิ่มขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
รัฐบาลต้องวางรากฐาน ให้ภาคเกษตรของไทยเข้มแข็งในระยะยาว ไม่เอาแต่แจกปลา แต่จะให้เบ็ดตกปลาที่มีคุณภาพดีขึ้น เพื่อให้ประชาชนบริหารจัดการได้อย่างเต็มศักยภาพ โครงการนี้จึงถือเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของภาคการเกษตรไทย ควบคู่กับการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน คาดหวังว่า โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งจะช่วยยกระดับภาคการเกษตรไทย ช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และสร้างความมั่นคงให้แก่เกษตรกรทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณกระทรวงการคลัง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร รวมถึงทุกหน่วยงานที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการเพื่อสนับสนุนเกษตรกร และขอให้โครงการประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน
จากนั้น นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้กดปุ่มเปิดโครงการ สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิตอย่างเป็นทางการ และได้ร่วมถ่ายภาพกับเกษตรกรผู้เข้าร่วมงาน พร้อมทั้งเยี่ยมชมการสาธิตการใช้โดรนเพื่อการเกษตร ทดลองขับรถแทรกเตอร์ไฟฟ้าฝีมือคนไทย ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายของเกษตรกร สนับสนุนนโยบายภาครัฐด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการสร้างคาร์บอนเครดิต เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ของประเทศ ควบคู่กับการสร้างงานทักษะสูง กระตุ้นการจ้างงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
นอกจากนี้ภายในงานมีการลงทะเบียนและการให้บริการสินเชื่อให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ และการแนะนำการใช้ น้องเมฆฝน : AI Chatbot จาก ธ.ก.ส. ที่ให้บริการในแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ที่สามารถให้ความรู้ พูดคุยตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการวิเคราะห์ปุ๋ยและการเพาะปลูกสำหรับผู้เข้าร่วมสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ให้สามารถเพาะปลูกได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ การให้ความรู้ในการวิเคราะห์คุณภาพดินผ่านเว็บไซต์ หรือ LINE Official Account น้องดินดี และการแนะนำการใช้แอปพลิเคชัน Agri-Map Online จากกรมพัฒนาที่ดิน ที่ใช้แสดงผลข้อมูลเชิงภูมิสารสนเทศ พร้อมระบบแนะนำผลการปรับเปลี่ยนกิจกรรมการผลิตด้วยพืชทดแทนในรูปแบบเว็บแผนที่ทางออนไลน์ ที่สามารถใช้ได้ทุกที่ ทุกเวลาบน Smartphone และสามารถดาวน์โหลดได้ผ่าน App Store หรือ Play Store
ทั้งนี้การดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นไปตามมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงิน 30,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 3 ปี ตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล เพื่อยกระดับศักยภาพภาคการเกษตรในการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรดั้งเดิมไปสู่ “เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน” ควบคู่กับการลดต้นทุนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทย ผ่านการสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรในการจัดซื้อปัจจัยการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพทางการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยกำหนดวงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี ซึ่งรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกรร้อยละ 3 ต่อปี ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
สำหรับเกษตรกรที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ ต้องเป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. และขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยพืชที่เข้าร่วมโครงการ 7 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย และผลไม้ นอกจากนี้ เกษตรกรต้องผ่านการอบรม หรือเรียนรู้ การพัฒนาทักษะและบริหารจัดการต้นทุน (Reskill/Upskill) โดย ธ.ก.ส. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ/หรือหน่วยงานร่วมดำเนินการอื่น ๆ เช่น การใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามค่าการวิเคราะห์ดิน เป็นต้น ทั้งนี้ ต้องใช้เงินกู้เพื่อจัดซื้อปุ๋ยผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ หรือแหล่งอื่นตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด และเกษตรกรต้องใช้พันธุ์หรือเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการรับรอง มีมาตรฐานตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด และจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาที่เหมาะสม ซึ่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะควบคุมราคาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
ส่วนการชำระเงินกู้ เกษตรกรต้องสามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ตามระยะเวลาที่ ธ.ก.ส. กำหนด โดยเกษตรกรผู้กู้รับชำระค่าผลผลิตผ่านบัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส. และยินยอมให้ ธ.ก.ส. หักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝาก วงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี โดยรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยให้ร้อยละ 3 ต่อปี เมื่อผู้กู้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ โดยกำหนดชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 12 เดือน (ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 30 เมษายน 2572) ซึ่งผู้สนใจสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วน ธ.ก.ส. 025550555








