ชูโมเดล “ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม” ยกระดับมาตรฐานและรักษาเสถียรภาพราคาตลอดห่วงโซ่อุปทาน

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน “ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม” ณ วิสาหกิจชุมชนตลาดกลางมะพร้าวน้ำหอมไทย บริษัท Coconut Breeze อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี พร้อมพบปะเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมและผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อผลักดันการยกระดับอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมไทยตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การรวบรวมผลผลิต การตลาด การแปรรูป การเข้าถึงแหล่งทุน การสร้างมูลค่าเพิ่มจากทุกส่วนของมะพร้าว ไปจนถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และแนวคิด Zero Waste เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคาและเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกรไทย นางศุภจี กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อใช้ล้งชุมชนนำร่องเป็นศูนย์กลางรวบรวมผลผลิต ควบคุมมาตรฐาน และสร้างความเป็นธรรมด้านราคา กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งสนับสนุนเทคโนโลยีการคัดแยก หาตลาดส่งออกใหม่เพื่อลดความเสี่ยงในช่วงที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก และร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงกวาดล้างล้งที่ทุจริตและการปลอมปนสินค้าอย่างเด็ดขาด

ทางด้านนายจรัญ เจริญทรัพย์ นายกสมาคมมะพร้าวน้ำหอม ระบุว่าล้งชุมชนซึ่งเริ่มดำเนินการเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาได้มุ่งเน้นกระจายสินค้าในประเทศเป็นลำดับแรก โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การประกันราคาขั้นต่ำเพื่อให้เกษตรกรอยู่รอดได้ในสภาวะตลาดผันผวน พร้อมทั้งมีแผนขยายกำลังการผลิตผ่านโรงงานเครือข่ายที่ได้มาตรฐานรองรับอนาคต อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนนี้ยังต้องการการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนของรัฐและเทคโนโลยีเครื่องจักรเพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต ซึ่งภายในงานมีตัวแทนจากจังหวัดแหล่งปลูกสำคัญเข้าร่วมสังเกตการณ์เพื่อเตรียมนำโมเดลล้งชุมชนไปขยายผลสร้างความเข้มแข็งในพื้นที่ของตนต่อไป

สำหรับข้อมูลสถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมของไทย ปี 2568 มีเกษตรกรผู้เพาะปลูกจำนวน 56,522 ครัวเรือน พื้นที่เพาะปลูก 305,706 ไร่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จากปีก่อน มีผลผลิตรวม 877,681 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 49.80 จากปี 2567 เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวยและมีฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลผลิตเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 4,643 กิโลกรัมต่อไร่ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 43 และในปี 2569 (มกราคม-พฤษภาคม) สินค้ามะพร้าวมีปริมาณการส่งออกทั้งหมด 533,353 ตัน คิดเป็นมูลค่า 568.07 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 9.18 โดยแหล่งผลิตสำคัญ ได้แก่ จังหวัดราชบุรี สมุทรสาคร นครปฐม สมุทรสงคราม และสงขลา ทั้งนี้ ผลผลิตประมาณร้อยละ 30 จำหน่ายภายในประเทศ และอีกร้อยละ 70 ส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ โดยมีตลาดสำคัญ ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ฮ่องกง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และออสเตรเลีย ตามลำดับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง