นายฌ็อง โกลด ปวงเบิฟ (Jean-Claude Poimboeuf) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่ออำลาในโอกาสครบวาระการปฏิบัติหน้าที่ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงการกระชับความร่วมมือระหว่างไทยและฝรั่งเศสในหลากหลายมิติ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเองและสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศ
นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีในโอกาสที่เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสจะเกษียณอายุราชการ พร้อมชื่นชมบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศสตลอดระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ และระบุว่า ปี 2569 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ จากการเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสของนายกรัฐมนตรี การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี รวมถึงการลงนามแผนปฏิบัติการร่วม (Joint Action Plan) ฉบับใหม่ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เพื่อยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์
ความร่วมมือระหว่างไทยกับฝรั่งเศสได้ขยายไปสู่มิติใหม่ที่ครอบคลุมมากกว่าด้านการทูต การค้า และการลงทุน โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความมั่นคง ความเข้มแข็ง และศักยภาพของทั้งสองประเทศในระยะยาว ครอบคลุมสาขาสำคัญ อาทิ นวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ซึ่งล้วนได้รับการบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการร่วมฉบับใหม่
ด้านเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสกล่าวถึงการสมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของไทย โดยยืนยันว่าฝรั่งเศสพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ พร้อมชื่นชมความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการปรับปรุงกฎหมายและยกระดับมาตรฐานด้านต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ OECD ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนและสนับสนุนการพัฒนาประเทศในระยะยาว
ทั้งนี้ แผนปฏิบัติการร่วมเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนไทย–ฝรั่งเศส ปี ค.ศ. 2026–2028 จะเป็นกรอบความร่วมมือสำคัญในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยครอบคลุมประเด็นความร่วมมือใหม่ที่สอดคล้องกับบริบทโลก ทั้งเศรษฐกิจหมุนเวียน นวัตกรรม เศรษฐกิจดิจิทัล ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศในอนาคต








