พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้สัมภาษณ์ถึงการรับมือต่อภัยคุกคามของกองทัพอากาศ เพื่อตอบสนองต่อภารกิจของรัฐบาลในการดูแลประชาชนว่า การเตรียมความพร้อมเป็นหน้าที่ของทุกเหล่าทัพอยู่แล้ว โดยผลผลิตของกองทัพคือความพร้อม ซึ่งสามารถประเมินค่าได้จากการฝึกและการทดสอบ เพื่อให้กองทัพสามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนดำเนินการอยู่แล้ว
พลอากาศเอก กล่าวว่า ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในขณะนี้ย่อมมาในหลากหลายรูปแบบ ทั้งมีสิ่งที่มองเห็นและมีสิ่งที่เรามองไม่เห็น ซึ่งย่อมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เช่น การคุกคามทางไซเบอร์ การแจม GPS (GPS Jamming) และการทดสอบความสามารถในการโต้ตอบภัยคุกคาม ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและการเตรียมความพร้อมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เนื่องจากเมื่อเหตุการณ์จริงเกิดขึ้น กองทัพจะสามารถใช้ทักษะต่างๆ ที่ฝึกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการข่าวอีกด้วย
ส่วนการปฏิบัติการร่วมกับ 3 เหล่าทัพ ภายหลังที่เสนาธิการทหารอากาศ ได้ลงพื้นที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ร่วมกับเสนาธิการทหารบก และเสนาธิการทหารเรือนั้น พลอากาศเอก เสกสรร กล่าวว่า สำหรับการลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ทางภูมิศาสตร์เป็นสิ่งที่มีความจำเป็น เนื่องจากการลงสำรวจพื้นที่จริงจะสามารถทำให้กองทัพเข้าใจถึงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ได้อย่างแท้จริง พร้อมทั้งพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้การสนับสนุนทุกกองทัพอย่างเต็มที่
พลอากาศเอก เสกสรร ย้ำว่า ทุกกองทัพต้องมีความพร้อมจากการฝึกในรูปแบบต่างๆ และขีดความสามารถของกำลังพล พร้อมกับการมีเทคโนโลยีที่ดี แม้ว่าจะมีเทคโนโลยีที่ดี แต่บุคคลเหล่านั้นก็จะต้องใช้เทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพ หมายความว่า บุคคลที่จะใช้เทคโนโลยีที่ดีได้นั้นจะต้องเป็นบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญ เพราะขณะนี้ตนไม่ได้มองเพียงภัยคุกคามทางอากาศเท่านั้น แต่มองไปยังภัยคุกคามทางอวกาศเนื่องจากทุกวันนี้อวกาศเป็นพื้นที่ที่มนุษย์ใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยนับจากพื้นดินขึ้นไปถึง 100 กิโลเมตร กองทัพอากาศเป็นผู้ดูแล ซึ่งกองทัพย่อมใช้ประโยชน์ทั้งทางการทหารและพลเรือนอยู่ตลอดเวลา
ดังนั้น หากประชาชนไม่ดูแลรักษา ส่วนตัวเชื่อว่าผลประโยชน์จะหายไปอย่างมหาศาล โดยเฉพาะเพียงสายการบินที่เข้าออกประเทศไทยเพื่อพานักท่องเที่ยวมาเที่ยวภายในประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่ากว่า 2 หลักของจีดีพี ดังนั้นจะต้องปกป้องพื้นที่ดังกล่าวให้ปลอดภัยให้ได้มากที่สุด พร้อมยืนยันว่าขณะนี้กองทัพมีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ตาม คำร้องเพื่อขอการสนับสนุนจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น มีเรื่องเกี่ยวกับการปรับอัตรากำลังพล การปรับหน่วย พร้อมกับแจ้งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทราบว่า มีความจำเป็นในบางเรื่อง เพื่อให้กองทัพอากาศมีแผนงานและโครงการที่สามารถเดินหน้าพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง โดยสอดคล้องต่อภารกิจตามยุทธศาสตร์สมุดปกขาว








