สหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรและสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ประกาศปรับราคาแนะนำสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม ประจำวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เพิ่มขึ้น 2 บาทต่อกิโลกรัม โดยภาคตะวันออกอยู่ที่ 66–69 บาทต่อกิโลกรัม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 68 บาทต่อกิโลกรัม ภาคเหนือ 70 บาทต่อกิโลกรัม และภาคใต้ 70 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนภาคตะวันตกอยู่ระหว่างรอประกาศราคา
นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า การปรับราคาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ราคาสุกรหน้าฟาร์มกลับมาอยู่เหนือระดับต้นทุนการผลิต หลังการบริโภคภายในประเทศยังทรงตัว แม้บางช่วงจะมีความต้องการซื้อเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่
การปรับราคาดังกล่าวมีผลกับการซื้อขายสุกรล็อตใหญ่หรือการค้าส่งเป็นหลัก โดยปัจจุบันราคาสุกรยังไม่สะท้อนต้นทุนการผลิตทั้งหมด ขณะที่ตลาดยังเผชิญภาวะอุปทานส่วนเกิน และมีเนื้อสุกรรวมถึงสต็อกสินค้าในห้องเย็นหมุนเวียนอยู่ในตลาด ส่งผลให้กลไกราคาปรับตัวได้ยาก
นอกจากนี้ แม้จำนวนแม่พันธุ์สุกรจะไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่ประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้น โดยแม่สุกร 1 ตัวสามารถผลิตลูกสุกรได้เกือบ 30 ตัวต่อปี จากเดิมเฉลี่ย 21–22 ตัวต่อปี ทำให้มีปริมาณสุกรเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ทั้งนี้ ผู้เลี้ยงสุกรรายใหญ่ 12 รายยังคงความร่วมมือไม่เพิ่มจำนวนแม่พันธุ์ และอยู่ระหว่างหารือเพื่อขยายมาตรการดังกล่าวออกไปอีก 1 ปี เพื่อรักษาสมดุลของตลาด
สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติยังอยู่ระหว่างการจัดตั้งกองทุนรักษาเสถียรภาพราคาสุกร เพื่อนำมาใช้รับซื้อเนื้อสุกรเข้าห้องเย็นในช่วงที่ผลผลิตล้นตลาด ลดผลกระทบต่อเกษตรกรรายย่อย และช่วยให้ราคาสุกรสะท้อนภาวะอุปสงค์และอุปทานที่แท้จริงมากยิ่งขึ้น








