“นิกร” เปิดตัว พม. CARE ช่วยกลุ่มเปราะบาง ยื่นขอเงินสงเคราะห์ผ่านสมาร์ตโฟน ลดความซ้ำซ้อน ไม่ตกหล่น

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิด “โครงการขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อประชาชน : สื่อสารและสร้างการรับรู้ระบบ พม. CARE” โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้คนที่มีสิทธิต้องไม่ตกหล่น และคนที่ไม่ควรได้รับสิทธิจะไม่ซ้ำซ้อน ซึ่งระบบ “พม. CARE” จะทำให้การคัดกรองแม่นยำขึ้น โปร่งใส และส่งเงินช่วยเหลือถึงมือประชาชนได้เร็วขึ้น เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้พัฒนาระบบการยื่นคําขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมด้วยตนเอง ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้ชื่อ “พม. CARE” เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนให้สามารถยื่นคำขอ ติดตามสถานะ และเข้าถึงสิทธิสวัสดิการสังคมของกระทรวง พม. ด้วยตนเองได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง อีกทั้งยังช่วยให้หน่วยงานสามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ โดยเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลกับระบบ พม. Smart และ MSO-Logbook ของกระทรวง พม. และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ได้แก่ แอปพลิเคชัน ThaiD และทางรัฐ ที่ร่วมกันตอบสนองต่อปัญหาของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การยื่นคำขอ และการพิจารณาสิทธิสวัสดิการสังคม ไปจนถึงการติดตามผลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน เพิ่มความแม่นยำในการคัดกรองและให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถยื่นคำขอรับความช่วยเหลือด้วยตนเอง ผ่านระบบ e-Service บนโทรศัพท์มือถือที่เป็นสมาร์ตโฟน ให้บริการในช่วงเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2569 สำหรับการขอรับเงินสงเคราะห์ 6 ประเภท ได้แก่ 1) เงินอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน 2) เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน 3) เงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ครอบครัว 4) เงินสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ 5) เงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง และ 6) เงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุในภาวะยากลำบาก ขณะนี้นำร่องใน 9 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา หนองคาย เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ กาญจนบุรี สมุทรปราการ สงขลา และพัทลุง ทั้งนี้ หากไม่สะดวกในการใช้สมาร์ตโฟน หรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกล จะมีเจ้าหน้าที่ พม. และเครือข่ายอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในพื้นที่ทั่วประเทศ เข้าไปช่วยอำนวยความสะดวกและสอนวิธีการใช้งานถึงบ้าน นอกจากนี้ กลุ่มที่ไม่มีสมาร์ตโฟนยังสามารถขอรับการช่วยเหลือช่องทางเดิมคือติดต่อผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงสิทธิสวัสดิการได้อย่างทั่วถึง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแน่นอน

นายกันตพงศ์ รังษีสว่างปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) กล่าวว่า จากนโยบาย พม. 8 ด้าน “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” ที่มุ่งใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี ด้วยการสร้างฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบาง และเชื่อมโยงข้อมูลและสิทธิของประชาชน เพื่อให้ทุกคนได้สิทธิครบ จบในระบบเดียว โดยอัตโนมัติ อีกทั้งสร้างราชการที่เป็นมิตรกับประชาชน ด้วยการปรับปรุงหน่วยบริการของรัฐให้เข้าถึงได้สำหรับคนทุกกลุ่ม จึงเป็นที่มาของการพัฒนาระบบ “พม. CARE” นับเป็นการปรับบทบาทของกระทรวง พม. อย่างจริงจัง โดยเปลี่ยนจาก “ผู้ให้ความช่วยเหลือ” ไปสู่ “ผู้สร้างโอกาส” และจากการทำงานแบบแยกส่วนไปสู่การทำงานแบบเชื่อมโยงทั้งระบบ นำไปสู่การยกระดับบริการด้านสิทธิสวัสดิการสังคมของกระทรวง พม. ทั้งนี้ระบบ พม. CARE ยังจะช่วยลดระยะเวลาการพิจารณาคำขอรับเงินสงเคราะห์ให้กับกลุ่มเป้าหมายรายเดิม ที่เคยเชื่อมกับระบบ MSO-Logbook ของ พม. เหลือไม่เกิน 10 วันทำการ จากเดิมจะพิจารณาคำขอเป็นเดือน ส่วนกลุ่มเป้าหมายรายใหม่จะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลความชัดเจนการเข้าถึงสิทธิที่จะได้รับ โดยจะใช้เวลาพิจารณาคำขอไม่เกิน 15 วัน นอกจากนี้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหากลุ่มเปราะบางที่ตกหล่น ขณะนี้ พม.ในพื้นที่ได้ทำงานร่วมกับท้องถิ่น เข้าไปค้นหาหรือสำรวจกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมทั่วถึงมากที่สุด

ดร.เอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า ระบบ “พม. CARE” ยึดกรอบแนวคิดสำคัญคือ C = Care การดูแลเอาใจใส่ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง A = Access การเข้าถึงบริการภาครัฐอย่างสะดวกและเท่าเทียม R = Response การตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และ E = e-Service การยกระดับการให้บริการของกระทรวง พม. ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ดังนั้น ระบบ “พม. CARE” จึงเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการให้บริการด้านสังคมของภาครัฐให้มีความทันสมัย โปร่งใส และเป็นธรรม อันนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างหลักประกันทางสังคมให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง