จากพระกระแสรับสั่งในการประชุมแก้ไขปัญหาช้างป่า ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พุทธศักราช 2561 ความตอนหนึ่งว่า “…ให้มีการศึกษาวิจัย เพื่อใช้ในการตัดสินใจที่ถูกต้อง…” ในวันเดียวกัน พระองค์ได้เสด็จไปทรงหว่านหญ้าและทำโป่งเทียมในแปลงทดลอง พื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา–เขาวง เพื่อเป็นต้นแบบการจัดการพื้นที่อาหารของช้างป่าอย่างมีหลักวิชาการ
ภายในแปลงทดลอง มีการปลูกหญ้าอาหารช้างป่ารวม 9 ชนิด ทั้งหญ้าพื้นเมืองและหญ้าเลี้ยงสัตว์ที่พบในประเทศไทย เพื่อศึกษาว่าช้างป่าเขาชะเมาชอบกินหญ้าชนิดใด ชนิดใดให้ผลผลิตเพียงพอ ไม่รุกรานระบบนิเวศ และสามารถดูแลจัดการได้เหมาะสมกับพื้นที่ โดยศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมอุทยานแห่งชาติ ร่วมกับอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง ได้ติดตามและถวายรายงานความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
ต่อมา เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2562 พระองค์ได้เสด็จมาทอดพระเนตรแปลงทดลองอีกครั้ง ซึ่งเป็นการเสด็จมายังพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา–เขาวง เป็นครั้งที่ 3 ผู้แทนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ถวายรายงานผลการทดลอง ชนิดหญ้าที่เหมาะสมกับพื้นที่ รวมถึงข้อมูลการใช้ประโยชน์ของช้างป่าต่อแหล่งน้ำ แปลงหญ้า และโป่งเทียมที่ทรงงานไว้เมื่อปี 2561 อันนำไปสู่กิจกรรมอันเนื่องมาจากพระดำริหลายกิจกรรม เช่น กิจกรรมนักวิจัยน้อยคชานุรักษ์
ในการเสด็จครั้งนั้น พระองค์ได้ทอดพระเนตรหญ้าชนิดต่าง ๆ และเมื่อทรงสงสัยว่าทำไมช้างป่าจึงชอบกินหญ้าเดือยหิน จึงรับสั่งให้เด็ดถวายเพื่อทรงชิม พร้อมทรงโพสต์ท่าให้ช่างภาพบันทึกไว้ และทรงถ่ายเซลฟี่กับหญ้าเดือยหิน เป็นช่วงเวลาที่สร้างรอยยิ้มแก่ผู้ตามเสด็จ และมีรับสั่งว่า “เราเคยทดลองชิมหญ้าที่ใช้เลี้ยงม้า รสชาติคล้ายกันเลย” ครั้นเมื่อเสด็จมาถึงหญ้าหลังเรียบ ซึ่งเป็นหญ้าพื้นเมืองที่ช้างป่ากินน้อยที่สุด เนื่องจากใบเหนียวและรสชาติไม่อร่อย พระองค์ได้ทรงเด็ดมาเคี้ยว ก่อนมีรับสั่งว่า “เหนียวจริงด้วย”
เหตุการณ์ดังกล่าวแสดงถึงความใส่พระทัยในรายละเอียดของงานอย่างแท้จริง พระองค์มิได้เพียงทอดพระเนตร หรือรับฟังจากรายงานในเอกสาร เท่านั้น หากยังทรงทดลองด้วยพระองค์เอง เพื่อให้เข้าใจลักษณะของพืชอาหารช้างจากประสบการณ์ตรง ทั้งรสชาติ ความเหนียวและความน่ากินของหญ้าแต่ละชนิด สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงแนวทางการทรงงานที่ให้ความสำคัญกับข้อมูลจากพื้นที่จริง ควบคู่กับการเรียนรู้ผ่านการสังเกตและการทดลองด้วยพระองค์เอง








