นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ และ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นรองประธานการประชุม
ที่ประชุมได้พิจารณาวาระที่สำคัญ จำนวน 2 เรื่อง ดังนี้
1. เห็นชอบแนวทางในการกำหนดท่าทีของราชอาณาจักรไทย และเห็นชอบองค์ประกอบคณะผู้แทนไทย ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 19 – 29 กรกฎาคม 2569 ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี โดยมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย และเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส เป็นรองหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ซึ่งหนึ่งในวาระที่สำคัญ คือ การขึ้นทะเบียน “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ภายใต้หลักเกณฑ์ จำนวน 2 ข้อ คือ ข้อที่ 2 และ 6 ด้วยคุณค่าความสำคัญของการเป็นพื้นที่แสดงออกถึงความหลากหลายทางศาสนา ความเชื่อเกี่ยวกับจิตวิญญาณ และมีองค์ประกอบสำคัญที่สะท้อนถึงอิทธิพลทางศาสนาและรูปแบบศิลปะทางศาสนาที่ผสมผสานที่ถ่ายทอดทั่วทั้งตอนใต้ของเอเชียภาคพื้นสมุทร ยาวนานกว่า 1,500 ปี รวมถึงเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาที่สำคัญ
ทั้งนี้ หากวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก จะนับเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม แหล่งที่ 6 และเป็นแหล่งมรดกโลกแหล่งที่ 9 ของประเทศไทย
2. เห็นชอบการจัดส่ง (ร่าง) เอกสารขอรับการประเมินขั้นต้น (Preliminary Assessment, PA) แหล่งมรดกทางวัฒนธรรม “พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์” ต่อศูนย์มรดกโลก เพื่อพิจารณาให้ความเห็นต่อเอกสารนำเสนอฯ โดยการจัดส่งเอกสารดังกล่าว ถือเป็นการดำเนินการในขั้นแรกของการจัดทำเอกสารนำเสนอเพื่อขอรับการพิจารณาเป็นแหล่งมรดกโลก (Nomination Dossiers) ตามแนวทางการนำเสนอแหล่งมรดกโลก เพื่อให้องค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลกได้เข้ามามีส่วนร่วม และแนะนำแนวทางในการจัดทำเอกสารนำเสนอให้มีความครบถ้วน สมบูรณ์ และพร้อมต่อการนำเสนอเป็นแหล่งมรดกโลกต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก และความก้าวหน้าการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม จำนวน 3 แหล่ง ได้แก่
(1) วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นแหล่งมรดกโลก
(2) อนุสรณ์สถานแหล่งต่างๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา เป็นแหล่งมรดกโลก
(3) พระธาตุพนม กลุ่มสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ และภูมิทัศน์ที่เกี่ยวข้องเป็นแหล่งมรดกโลก
รวมทั้งรับทราบผลการดำเนินงานในการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและแหล่งมรดกทางธรรมชาติเป็นแหล่งมรดกโลก โดยมอบหมายให้ สผ. ประสานฝ่ายเลขานุการของคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ เพื่อทบทวนแหล่งมรดกในบัญชีรายชื่อของไทย








