เนื่องในวันประชากรโลก วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “เด็กเกิดน้อย แต่ต้องเติบโตอย่างมีคุณภาพ” เพื่อสร้างทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสูงวัยของประเทศไทย
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีเด็กเกิดใหม่เหลือเพียงประมาณ 380,000 คนต่อปี ขณะที่อัตราเจริญพันธุ์รวมอยู่ที่ 1.0 คนต่อสตรี 1 คน ซึ่งต่ำกว่าระดับทดแทนประชากรที่ 2.1 อย่างมาก ส่งผลให้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ จากการมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 และมีแนวโน้มก้าวสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดภายในเวลาไม่ถึง 10 ปี
กรมอนามัยระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตราการเกิดลดลง ได้แก่ ภาระค่าครองชีพ ความไม่มั่นคงในการทำงาน การแต่งงานช้า และการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ซึ่งหากแนวโน้มดังกล่าวยังดำเนินต่อไป จะส่งผลกระทบต่อกำลังแรงงาน การเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงระบบสวัสดิการและบริการสาธารณสุขในระยะยาว
เพื่อตอบรับสถานการณ์ดังกล่าว กรมอนามัยจึงเร่งพัฒนา “เด็กคุณภาพ” ให้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ สอดคล้องกับแนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยแบบองค์รวม ผ่านแนวคิดการดูแลเด็กอย่างเอาใจใส่รอบด้าน (Nurturing Care Framework) เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของชีวิต
แพทย์หญิงทิพา ไกรลาศ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ กล่าวว่า กรมอนามัยขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวผ่าน 5 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพหญิงวัยเจริญพันธุ์และการเตรียมความพร้อมก่อนมีบุตร การพัฒนาระบบบริการอนามัยแม่และเด็ก การส่งเสริมการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยตามแนวคิด Nurturing Care Framework การยกระดับการคัดกรองและส่งเสริมพัฒนาการเด็กให้เข้าถึงบริการอย่างทั่วถึง และการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีบุตรและการสร้างครอบครัว
เนื่องในวันประชากรโลกปีนี้ กรมอนามัยเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมสร้างสังคมที่เป็นมิตรต่อครอบครัว สนับสนุนการลงทุนกับเด็กตั้งแต่วันแรกของชีวิต เพื่อให้ประเทศไทยมีประชากรที่มีคุณภาพ และสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืนในอนาคต








