นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีและโฆษกกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลทางอ้อมจากพายุไต้ฝุ่น “บาหวี่” (Bavi) ซึ่งก่อตัวอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก แม้พายุจะไม่เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ด้วยขนาดและกำลังของพายุ จะช่วยเสริมกำลังลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ให้แรงขึ้น และพัดพาความชื้นจากทะเลอันดามันและอ่าวไทยเข้าปกคลุมประเทศไทย
ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 11-15 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น หลายพื้นที่มีฝนตกชุกหนาแน่นและอาจเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ภาคใต้ฝั่งอันดามัน โดยเฉพาะช่วงวันที่ 12-13 กรกฎาคม รวมถึง ภาคตะวันออก ในจังหวัดจันทบุรี ตราด และระยอง ภาคกลางฝั่งตะวันตก ตามแนวเทือกเขาในจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และสระบุรี
ขณะที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีฝนตกหนักบริเวณตอนบนและด้านตะวันออก เช่น จังหวัดนครพนม และบึงกาฬ ส่วน กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนตกหนักในช่วงเวลาดังกล่าวเช่นกัน
ปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นในครั้งนี้จะเป็นผลดีต่อการเติมน้ำต้นทุน และช่วยบรรเทาความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำของภาคการเกษตร อย่างไรก็ตาม ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามประกาศพยากรณ์อากาศและเส้นทางของพายุไต้ฝุ่น “บาหวี่” อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น








