“ยศชนัน”นำทีมวิจัย ลงพื้นที่เขตก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ เสนอติดตั้งระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะ สร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กระทรวง อว.)พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)ศาสตราจารย์ อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย คณะผู้บริหารกระทรวง อว. และทีมวิจัย ววน. ลงพื้นที่บริเวณวงเวียนใหญ่ เพื่อพัฒนาและยกระดับการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ตรวจวัดระดับการสั่นสะเทือนและการเอียงของตึกอาคารใกล้เคียงรอบบริเวณสถานที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินสายม่วงใต้เพื่อนำไปขยายผลต่อเนื่องในการแก้ปัญหาพิบัติภัย

โดยภายหลังการติดตาม ศาสตราจารย์ อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการติดตามความคืบหน้าของล่าสุด ทราบว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว โดยมีสัญญาณบวก 3 ประการคือ ปริมาณน้ำใต้ดินที่รั่วไหลเข้าอุโมงค์ลดลงต่อเนื่องจาก 50 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เหลือเพียง 20 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ไม่พบรอยร้าวบนถนนขยายตัวเพิ่ม และอาคารโดยรอบไม่มีการเอียงตัวเพิ่มเติม ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามาตรการที่ดำเนินการอยู่เริ่มส่งผลเป็นรูปธรรม สำหรับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า วิศวกรยังคงใช้มาตรการอัดฉีดสารเคมีเพื่อให้ดินแข็งตัวและอุดรอยรั่ว พร้อมทั้งนำเทคนิค น้ำสู้น้ำ มาใช้ด้วยการเพิ่มระดับน้ำในอุโมงค์เพื่อสร้างแรงดันต้านไม่ให้น้ำจากภายนอกไหลซึมเข้ามา ซึ่งช่วยหยุดยั้งการพัดพาของชั้นดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีการเสนอให้ขยายวงการอัดฉีดสารเคมีไปยังบริเวณฐานรากของอาคารใกล้เคียงที่เป็นเสาเข็มสั้น เพื่อเสริมความมั่นคงของชั้นดินชั้นบนให้แข็งแรงยิ่งขึ้น แม้สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย แต่มองว่าประชาชนยังไม่สามารถกลับเข้าพื้นที่ได้ทันที ต้องมีการเฝ้าระวังต่อเนื่องอย่างน้อย 7 วันเพื่อให้มั่นใจว่าสภาพดินนิ่งสนิทและสถานการณ์จะไม่พลิกกลับเป็นลบอีกครั้ง โดยจุดที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย กล่าวอีกด้วยว่า สำหรับการสร้างความเชื่อมั่นระยะยาว กระทรวง อว. ได้เสนอให้นำระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่พัฒนาโดยนักวิจัยไทย มาประยุกต์ใช้ ซึ่งระบบนี้สามารถตรวจวัดการยกตัว การเอียงของอาคารและการยุบตัวของดินได้แบบเรียลไทม์ (Real-time) โดยรายงานผลผ่านแอปพลิเคชันและแดชบอร์ดดิจิทัล ช่วยให้การติดตามข้อมูลเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว หากมีการเคลื่อนตัวเกินเกณฑ์ที่กำหนดระบบจะส่งสัญญาณเตือนภัยทันที นอกจากนี้ ยังมีการเสนอแผนการติดตั้งระบบตรวจติดตาม (Monitoring) ถาวรในอนาคต เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้สูงกว่าเดิม ทั้งนี้นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ชี้ว่าปัจจัยเรื่องชั้นดินอ่อนในกรุงเทพฯ และการก่อสร้างใต้ดินเป็นสิ่งที่เลี่ยงได้ยาก แต่สามารถจัดการให้ปลอดภัยได้ด้วยหลักวิศวกรรมที่ถูกต้องและการใช้เทคโนโลยี จะเป็นการสร้างความมั่นใจและเชื่อมั่นของประชาชนในด้านความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง