นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุม ระหว่างคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงานร่วมกับผู้แทนภาคเอกชนจากบริษัทชั้นนำในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและร่วมวางแนวทางการพัฒนาระบบตลาดแรงงานของประเทศ โดยกระบวนการทำงานของกระทรวงแรงงานต่อจากนี้ จะยึดถือเอาความต้องการของภาคเอกชนและแนวโน้มการจ้างงานจริงในตลาดเป็นหลัก เพื่อให้การดำเนินงานของภาครัฐสามารถตอบโจทย์ภาคธุรกิจได้อย่างตรงจุด ซึ่งข้อคิดเห็นและปัญหาที่ได้รับฟังในครั้งนี้ จะถูกนำไปตั้งเป็นโจทย์การทำงานผ่านการจัดตั้งคณะทำงานร่วม เพื่อติดตามและประสานงานแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับประเด็นสำคัญที่ภาคเอกชนได้นำเสนอ คือการขอให้ภาครัฐสนับสนุนความอิสระและความยืดหยุ่นในการจ้างงาน เนื่องจากพฤติกรรมและรูปแบบการเข้าสู่ตลาดแรงงานในปัจจุบันมีความหลากหลายมากขึ้น ภาคเอกชนยังสะท้อนถึงมาตรการลดหย่อนภาษีจากการจ้างงานผู้สูงอายุในปัจจุบันที่กำหนดไว้ 15,000 บาท ว่ายังไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง เนื่องจากผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีอัตราค่าจ้างที่สูงกว่าเกณฑ์ดังกล่าว
นอกจากนี้ยังได้หารือถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงานและการผลิตบุคลากรของสถาบันการศึกษาที่ไม่ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ ซึ่งกระทรวงแรงงานเตรียมส่งต่อประเด็นดังกล่าวไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งเร่งแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการจ้างงานในทุกอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมการจัดหางานพบว่า ปัจจุบันมีตำแหน่งงานว่างที่นายจ้างแจ้งผ่านระบบ “ไทยมีงานทำ” สะสมกว่า 311,983 อัตรา และสามารถบรรจุผู้สมัครงานแล้วกว่า 166,461 คน โดยความต้องการแรงงานส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาคการผลิตกว่า 114,305 อัตรา ขณะที่มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีกว่า 51,000 คน อยู่ระหว่างการหางาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่สอดคล้องระหว่างคุณวุฒิและความต้องการของตลาดแรงงาน








