จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในร้านอาหารโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งอยู่ใกล้เคียงซอยลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 29 ราย บาดเจ็บ 70 ราย หลังเกิดเหตุนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการอย่างละเอียดโดยเร็ว ทั้งการตรวจสอบสาเหตุ การติดตามอาการผู้บาดเจ็บที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล และการติดต่อญาติของผู้เสียชีวิต รวมถึงการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลตามกระบวนการ
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ดูแลผู้บาดเจ็บ อำนวยความสะดวกแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์อย่างเร่งด่วน จึงสั่งการให้นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมด้วยนายศรัณย์ รักษ์เผ่า รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค นำทีมเจ้าหน้าที่ สคบ. บูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานเขตจตุจักร ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ โดยมอบหมายให้นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ติดตามกำกับการดำเนินงาน และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
อีกทั้งได้ร่วมกับสำนักงานเขตจตุจักร จัดตั้ง “ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์และประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย (ส่วนหน้า)” ที่สำนักงานเขตจตุจักร เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ได้รับผลกระทบในการรับเรื่องร้องเรียน รับเอกสารและพยานหลักฐาน ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและญาติของผู้เสียชีวิตในการใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย
นางสาวศุภมาส กล่าวอีกว่า ผู้ที่เข้าไปใช้บริการในสถานประกอบการดังกล่าวถือเป็นผู้บริโภคที่มีสิทธิได้รับความปลอดภัยและการคุ้มครองตามกฎหมาย จึงได้กำชับให้ สคบ. เป็นตัวกลางประสานผู้เสียหาย และผู้ประกอบการ เพื่อเร่งเข้าสู่กระบวนการเจรจาไกล่เกลี่ยและการเยียวยา ให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับการชดใช้ค่าเสียหายอย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าทรัพย์สินที่เสียหาย และความเสียหายอื่นที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้จะประสานงานร่วมกับพนักงานสอบสวนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานประกอบการดำเนินการตามกฎหมาย หากผลการตรวจสอบพบว่ามีเหตุอันทำให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย และผู้ประกอบการไม่แสดงความรับผิดชอบหรือปฏิเสธการเยียวยา คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) พร้อมใช้อำนาจตามกฎหมายดำเนินคดีทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายแทนผู้บริโภค เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัวได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรม โดยผู้เสียหายไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ส่วนความรับผิดชอบทางอาญา ทางพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธินจะต้องดูแลรับผิดชอบต่อไป พร้อมย้ำว่าสิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้ คือการดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ สคบ. จะเข้าไปอยู่เคียงข้างผู้เสียหาย ประสานการเยียวยา ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย และใช้กลไกตามกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคอย่างเต็มกำลัง หากผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรม สคบ. พร้อมดำเนินการตามกฎหมายจนถึงที่สุด
ทั้งนี้ผู้ได้รับผลกระทบหรือญาติ สามารถติดต่อยื่นเรื่องร้องทุกข์ได้ที่ ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์และประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย (ส่วนหน้า) หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th และ ศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ
ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือ สสปท. เร่งดำเนินการด้านความปลอดภัยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันความเสี่ยงและลดโอกาสเกิดเหตุซ้ำในสถานบันเทิง ร้านอาหาร และสถานประกอบกิจการที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ซึ่งการดำเนินงานในระยะเร่งด่วนจะมุ่งเน้นการสื่อสารและส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการตรวจสอบความพร้อมของระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ทางหนีไฟ ไฟส่องสว่างฉุกเฉิน ระบบไฟฟ้า ระบบก๊าซ ตลอดจนอุปกรณ์ดับเพลิง ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเน้นย้ำการจัดทำและฝึกซ้อมแผนอพยพหนีไฟ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที
ด้าน ดร.นันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน กล่าวว่า เหตุเพลิงไหม้ภายในอาคารปิด โดยเฉพาะสถานบันเทิงหรือสถานที่ที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก สามารถลุกลามอย่างรวดเร็วและสร้างความสูญเสียรุนแรงภายในเวลาอันสั้น หากระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ระบบดับเพลิง การควบคุมควัน หรือแผนอพยพไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ แม้สาเหตุของเพลิงไหม้จะยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและพิสูจน์หลักฐานจากเจ้าหน้าที่ แต่ลักษณะของเหตุการณ์ที่มีเปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็วและเกิดควันหนาแน่น สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่สถานประกอบกิจการต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมปัจจัยเสี่ยงอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้า ระบบก๊าซเชื้อเพลิง วัสดุตกแต่งภายในอาคาร ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ และการจัดการเส้นทางอพยพให้สามารถใช้งานได้จริงในภาวะฉุกเฉิน จากข้อมูลด้านความปลอดภัยระบุว่า ผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้จำนวนมากไม่ได้เสียชีวิตจากเปลวไฟโดยตรง แต่เกิดจากการสูดดมควันและก๊าซพิษที่มีอุณหภูมิสูง ซึ่งอาจทำให้หมดสติได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ดังนั้น ระบบแจ้งเตือนที่รวดเร็ว การตัดสินใจอพยพทันที และการมีทางหนีไฟที่เพียงพอและไม่มีสิ่งกีดขวาง จึงเป็นหัวใจสำคัญของการลดความสูญเสีย
สสปท. ขอให้ผู้ประกอบกิจการร้านอาหาร สถานบันเทิง ผับ บาร์ และสถานบริการทั่วประเทศ เร่งตรวจสอบระบบไฟฟ้า ระบบก๊าซ ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ และอุปกรณ์ดับเพลิงให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ จัดให้มีทางหนีไฟที่เพียงพอและไม่มีสิ่งกีดขวาง ติดตั้งป้ายทางหนีไฟและไฟส่องสว่างฉุกเฉินที่สามารถใช้งานได้เมื่อไฟฟ้าดับ ตลอดจนฝึกซ้อมแผนอพยพหนีไฟอย่างสม่ำเสมอ และควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการให้สอดคล้องกับความจุและข้อจำกัดของอาคาร
สำหรับประชาชนที่เข้าใช้บริการสถานบันเทิงหรือสถานที่ที่มีผู้คนหนาแน่น ควรสังเกตตำแหน่งประตูทางออกและทางหนีไฟทุกครั้ง หากเกิดเหตุเพลิงไหม้ให้รีบอพยพออกจากอาคารทันที ไม่ย้อนกลับไปเก็บทรัพย์สิน ก้มต่ำหรือคลานเมื่อมีควันหนาแน่น และหลีกเลี่ยงการเข้าไปหลบภายในห้องน้ำหรือพื้นที่ปิดที่ไม่มีทางออก อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะรวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ เพื่อนำมาประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะทางวิชาการและแนวทางยกระดับมาตรการป้องกันอัคคีภัยในสถานบันเทิงและสถานประกอบกิจการที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้มาตรการด้านความปลอดภัยสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดผลในระยะยาว








