“เอกนิติ” เปิดเผยความคืบหน้าการอุดช่องโหว่ “เงินเทา” ด้วย 4 มาตรการเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย เปิดเผยว่า เงินที่ได้จากการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพมักถูกโอนผ่านหลายบัญชี ก่อนแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ซื้อขายทองคำ หรือผ่านบริษัทบังหน้า เพื่ออำพรางเส้นทางการเงินและนำเงินออกนอกประเทศ

ที่ผ่านมา หน่วยงานที่กำกับดูแลแต่ละด้านต่างถือข้อมูลเฉพาะส่วนของตน ทำให้ไม่สามารถเห็นเส้นทางการเงินได้ครบทั้งกระบวนการ ส่งผลให้เงินผิดกฎหมายยังสามารถหลุดรอดได้ แม้แต่ละหน่วยงานจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ

รัฐบาลจึงเดินหน้า 4 มาตรการสำคัญ เพื่อปิดช่องโหว่ในทุกช่วงของเส้นทางการเงิน ได้แก่

ปิดช่องทางร้านทอง โดยให้ร้านทองรายใหญ่ที่จำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์รายงานธุรกรรม และให้สถาบันการเงินตรวจสอบการซื้อทองคำจำนวนมากที่มีความเสี่ยง
ปิดช่องทางสินทรัพย์ดิจิทัล โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนปฏิบัติตาม Travel Rule ส่งข้อมูลผู้โอนและผู้รับโอนทุกครั้ง
เร่งการแจ้งเตือนธุรกรรมผิดปกติ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สามารถอายัดและติดตามเงินได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ปิดช่องทางนอมินี ด้วยการตรวจสอบบริษัทที่มีความเสี่ยงใช้บุคคลถือหุ้นแทน เพื่อป้องกันการฟอกเงินผ่านนิติบุคคล

พร้อมกันนี้ คณะอนุกรรมการฯ กำลังผลักดันระบบ Consent-driven Hub for Exchange of Compliance Knowledge and Encrypted Data (CHECKED) ซึ่งเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างธนาคาร ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ร้านทอง และหน่วยงานกำกับดูแล โดยมีการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างรัดกุม และแลกเปลี่ยนเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นตามหลักเกณฑ์ เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน

ระบบดังกล่าวจะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเห็นเส้นทางการเงินได้ครบวงจร ตัดสินใจสกัดกั้นธุรกรรมต้องสงสัยได้รวดเร็ว เพิ่มโอกาสในการอายัดและติดตามทรัพย์สินของผู้เสียหาย ลดช่องทางฟอกเงินผ่านทองคำ สินทรัพย์ดิจิทัล และบริษัทบังหน้า พร้อมยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลทางการเงินของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และลดความเสี่ยงด้านการฟอกเงินของประเทศ

ในระยะต่อไป จะเดินหน้าขยายการเชื่อมโยงข้อมูลให้ครอบคลุมตัวกลางทางการเงินทุกประเภท ภายใต้แนวคิด “Connect the Dots” เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกหน่วยงานให้เป็นภาพเดียวกัน และเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันอาชญากรรมทางการเงินในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง