“ชัชชาติ” สั่งการสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เพิ่มความเข้มงวดการรับแจ้งเกิดและออกสูติบัตร หลังพบคดี “พ่อทิพย์” พร้อมสั่งตรวจสอบย้อนหลังตั้งแต่ปี 2560

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กำชับผู้อำนวยการเขตและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้ง 50 สำนักงานเขต ให้ตรวจสอบการรับแจ้งเกิดและการออกสูติบัตรอย่างเข้มงวด ภายหลังมีการจับกุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตออกสูติบัตรสัญชาติไทยให้บุตรของมารดาต่างด้าว โดยระบุชื่อบิดาเป็นคนไทยอันเป็นเท็จ หรือที่เรียกว่า “พ่อทิพย์” ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งในกรุงเทพมหานคร

ผู้ว่าฯ กทม. เน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกสำนักงานเขตติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด ทุกครั้งที่มีการจดทะเบียนเกิด นอกจากตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ยังต้องใช้วิจารณญาณประกอบการพิจารณา เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของขบวนการทุจริต

กรุงเทพมหานครรายงานความคืบหน้าการดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา ประกอบด้วย 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่

ตั้งคณะทำงานตรวจสอบ 50 เขต โดยมีรองปลัดกรุงเทพมหานครเป็นหัวหน้าคณะทำงาน ซึ่งได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว 31 เขต ระหว่างวันที่ 2 มิถุนายน – 7 กรกฎาคม 2569 และยังไม่พบการทุจริตในลักษณะเดียวกับพื้นที่เขตธนบุรี
สั่งตรวจสอบย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ครอบคลุมการแจ้งเกิดและออกสูติบัตรกรณีมารดาเป็นคนต่างด้าวและบิดาเป็นคนไทย โดยเฉพาะเด็กที่เกิดในโรงพยาบาลเอกชน พร้อมให้ทุกเขตรายงานผลภายใน 27 กรกฎาคม 2569 ทั้งจำนวนการแจ้งเกิด ความถูกต้องของหลักฐาน และตรวจสอบประวัติบิดาคนไทยเพื่อค้นหาความผิดปกติ หากพบการกระทำโดยมิชอบจะดำเนินคดีตามกฎหมายและแนวทางของกระทรวงมหาดไทย
คุมเข้มการจดทะเบียนสมรสอำพรางกับชาวต่างชาติ โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaID หรือเอกสารราชการที่เชื่อถือได้ พร้อมตรวจสอบคุณสมบัติและประวัติอย่างละเอียด หากพบเหตุอันควรสงสัยให้สอบปากคำเพิ่มเติม และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ทันที

กรุงเทพมหานครยืนยันว่าจะเดินหน้ายกระดับมาตรการป้องกันการทุจริตด้านงานทะเบียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความถูกต้องของระบบทะเบียนราษฎรและความมั่นคงของประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง